หลายคนที่กำลังเลือกซื้อ GPS Tracker สำหรับติดตามรถยนต์ รถจักรยานยนต์ หรือทรัพย์สิน มักมีคำถามว่า GPS Tracker ใช้อินเทอร์เน็ตเยอะแค่ไหน? จำเป็นต้องซื้อแพ็กเกจเน็ตแบบไม่อั้นหรือไม่ และหากใช้ซิมรายเดือนหรือซิมเติมเงิน จะเพียงพอต่อการใช้งานหรือเปล่า
ข่าวดีคือ GPS Tracker ใช้อินเทอร์เน็ตน้อยกว่าที่หลายคนคิดมาก เพราะอุปกรณ์ไม่ได้ส่งรูปภาพหรือวิดีโอเหมือนกล้องวงจรปิด แต่จะส่งเพียงข้อมูลตำแหน่ง ความเร็ว เวลา และสถานะของอุปกรณ์ไปยังเซิร์ฟเวอร์ ทำให้การใช้ข้อมูลอยู่ในระดับ หน่วย MB ต่อเดือน ไม่ใช่ GB ต่อเดือนในกรณีการใช้งานทั่วไปบทความนี้ Procam จะอธิบายว่า GPS Tracker ใช้เน็ตเท่าไร ปัจจัยอะไรที่ส่งผลต่อการใช้อินเทอร์เน็ต และควรเลือกแพ็กเกจซิมแบบไหนให้คุ้มค่าที่สุด


GPS Tracker ใช้อินเทอร์เน็ตทำอะไรบ้าง?

GPS Tracker ทำงานโดยรับสัญญาณตำแหน่งจากดาวเทียม GPS จากนั้นส่งข้อมูลผ่านเครือข่ายมือถือ (2G, 4G หรือ LTE แล้วแต่รุ่น) ไปยังแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ที่ใช้ติดตาม ข้อมูลที่ส่งออกส่วนใหญ่มีขนาดเล็ก เช่น

– พิกัดละติจูดและลองจิจูด วันและเวลา ความเร็วของรถ
– ทิศทางการเคลื่อนที่
– ระดับแบตเตอรี่ (ในบางรุ่น)
– สถานะการเปิด-ปิดเครื่องยนต์หรือเซ็นเซอร์ต่าง ๆ
เนื่องจากเป็นข้อมูลตัวอักษรและตัวเลข ไม่ใช่ไฟล์ภาพหรือวิดีโอ จึงใช้ปริมาณอินเทอร์เน็ตน้อยมากเมื่อเทียบกับอุปกรณ์ประเภทอื่น


โดยทั่วไป GPS Tracker ใช้เน็ตเท่าไรต่อเดือน?

ปริมาณการใช้อินเทอร์เน็ตขึ้นอยู่กับรุ่นของอุปกรณ์และการตั้งค่าความถี่ในการส่งข้อมูล แต่สำหรับการใช้งานทั่วไป GPS Tracker ส่วนใหญ่ใช้ข้อมูลประมาณ 1–10 MB ต่อเดือน สำหรับการติดตามปกติและการส่งข้อมูลเป็นระยะ 10–50 MB ต่อเดือน หากตั้งค่าให้รายงานตำแหน่งถี่ขึ้น เช่น ทุก 30 วินาทีถึง 1 นาที หรือมีการติดตามแบบเรียลไทม์บ่อยครั้งเมื่อเทียบกับการใช้งานสมาร์ทโฟนที่มักใช้ข้อมูลหลาย GB ต่อเดือน จะเห็นว่า GPS Tracker ใช้อินเทอร์เน็ตเพียงส่วนน้อยเท่านั้น


ปัจจัยที่ทำให้ใช้เน็ตมากขึ้น

แม้ GPS Tracker จะใช้ข้อมูลน้อย แต่ปริมาณการใช้งานสามารถเพิ่มขึ้นได้จากหลายปัจจัย

1.ความถี่ในการส่งตำแหน่ง
ยิ่งส่งตำแหน่งบ่อย ยิ่งใช้ข้อมูลมาก เช่น
ทุก 10 วินาที
ทุก 30 วินาที
ทุก 1 นาที
ทุก 5 นาที
หากตั้งค่าให้ส่งทุก 10 วินาทีตลอดทั้งวัน การใช้ข้อมูลจะสูงกว่าการส่งทุก 5 นาทีหลายเท่า

2.การติดตามแบบ Real-Time
หากเปิดดูตำแหน่งแบบสด (Live Tracking) เป็นเวลานาน ระบบจะมีการอัปเดตตำแหน่งต่อเนื่อง ส่งผลให้ใช้อินเทอร์เน็ตมากกว่าการตรวจสอบตำแหน่งเป็นครั้งคราว

3.ฟังก์ชันเพิ่มเติมของอุปกรณ์
GPS Tracker บางรุ่นรองรับฟังก์ชันเพิ่มเติม เช่น
แจ้งเตือนการสั่นสะเทือน
แจ้งเตือนออกนอกพื้นที่ (Geo-fence)
แจ้งเตือนความเร็ว
ตรวจสอบแรงดันไฟ
อ่านข้อมูลจากรถผ่านเซ็นเซอร์
แม้ฟังก์ชันเหล่านี้จะเพิ่มการรับส่งข้อมูล แต่โดยทั่วไปก็ยังอยู่ในระดับ MB ต่อเดือนสำหรับการใช้งานปกติ

4.สัญญาณเครือข่าย
หากอุปกรณ์อยู่ในพื้นที่ที่สัญญาณมือถืออ่อน ระบบอาจต้องส่งข้อมูลซ้ำเมื่อเชื่อมต่อได้อีกครั้ง ทำให้มีการใช้ข้อมูลเพิ่มขึ้นเล็กน้อย


ต้องใช้แพ็กเกจอินเทอร์เน็ตแบบไหน?

เนื่องจาก GPS Tracker ใช้ข้อมูลไม่มาก ผู้ใช้งานส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องเลือกแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตแบบไม่จำกัด
แพ็กเกจที่เหมาะสม ได้แก่
– ซิม IoT
– ซิมสำหรับอุปกรณ์ GPS
– ซิมเติมเงินที่มีอินเทอร์เน็ตรายเดือน
ซิมรายเดือนที่มีดาต้าปริมาณเล็กน้อย

สิ่งสำคัญคือแพ็กเกจควรมีอายุการใช้งานต่อเนื่อง และรองรับเครือข่ายที่อุปกรณ์ของคุณใช้งาน


GPS Tracker ต้องใช้เน็ตตลอดเวลาหรือไม่?

ใช่ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะใช้ข้อมูลจำนวนมากตลอดเวลา อุปกรณ์จะเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเพื่อส่งข้อมูลตำแหน่งเป็นระยะตามการตั้งค่า หากรถจอดนิ่งและตั้งค่าให้รายงานเฉพาะเมื่อมีการเคลื่อนที่ การใช้ข้อมูลก็จะลดลงอย่างมาก

หากเน็ตหมดจะเกิดอะไรขึ้น?

เมื่ออินเทอร์เน็ตหมดหรือซิมไม่สามารถเชื่อมต่อเครือข่ายได้ GPS ยังสามารถรับสัญญาณจากดาวเทียมได้ แต่ไม่สามารถส่งตำแหน่งมายังแอปได้ ผู้ใช้งานจะไม่เห็นตำแหน่งล่าสุดแบบออนไลน์ GPS Tracker หลายรุ่นมีหน่วยความจำภายในสำหรับบันทึกข้อมูลชั่วคราว และเมื่อเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้อีกครั้ง ก็สามารถส่งข้อมูลที่เก็บไว้กลับไปยังระบบได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของแต่ละรุ่น


วิธีลดการใช้เน็ตของ GPS Tracker

หากต้องการประหยัดดาต้า สามารถตั้งค่าได้ เช่น
– เพิ่มช่วงเวลาการส่งตำแหน่งจากทุก 30 วินาทีเป็นทุก 3–5 นาที
– เปิดโหมดรายงานเฉพาะเมื่อรถเคลื่อนที่
– ลดการเปิด Live Tracking ต่อเนื่องเป็นเวลานาน
– อัปเดตเฟิร์มแวร์เมื่อจำเป็นเท่านั้น
การตั้งค่าเหล่านี้ช่วยลดการใช้อินเทอร์เน็ตได้โดยยังคงประสิทธิภาพในการติดตาม

เลือกซิมแบบไหนดีที่สุด?

ก่อนเลือกซิม ควรตรวจสอบว่า GPS Tracker รองรับเครือข่ายใด เช่น 4G LTE หรือเครือข่ายอื่นที่ผู้ผลิตระบุนอกจากนี้ควรเลือกซิมที่
– สัญญาณครอบคลุมพื้นที่ใช้งาน
มีอายุแพ็กเกจต่อเนื่อง
รองรับการใช้งานกับอุปกรณ์ IoT หรือ GPS
มีค่าใช้จ่ายเหมาะสมกับการใช้งานระยะยาว
เนื่องจาก GPS Tracker ใช้ข้อมูลเพียงเล็กน้อย การเลือกแพ็กเกจที่เหมาะสมจะช่วยลดค่าใช้จ่ายได้โดยไม่กระทบต่อการใช้งาน

ทำไมต้องเลือก GPS Tracker จาก Procam?

  Procam จำหน่าย GPS Tracker สำหรับติดตามรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และทรัพย์สิน พร้อมให้คำแนะนำในการเลือกซิมและตั้งค่าการใช้งานให้เหมาะกับแต่ละรุ่น

จุดเด่นของอุปกรณ์ ได้แก่

  • ติดตามตำแหน่งผ่านแอปพลิเคชัน
  • รองรับการแจ้งเตือนเมื่อมีการเคลื่อนไหว
  • ตรวจสอบเส้นทางย้อนหลังได้ (ขึ้นอยู่กับรุ่น)
  • รองรับการตั้งค่าช่วงเวลาการรายงานตำแหน่ง
  • ให้คำแนะนำการติดตั้งและบริการหลังการขาย

   GPS Tracker เป็นอุปกรณ์ที่ใช้อินเทอร์เน็ตน้อยมาก โดยการใช้งานทั่วไปมักอยู่ที่ประมาณ 1–10 MB ต่อเดือน และอาจเพิ่มเป็น 10–50 MB ต่อเดือน หากตั้งค่าให้รายงานตำแหน่งถี่หรือใช้งานติดตามแบบเรียลไทม์บ่อยครั้ง

   ดังนั้น ผู้ใช้งานส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องเลือกแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตขนาดใหญ่ เพียงเลือกซิมที่รองรับเครือข่ายของอุปกรณ์ มีสัญญาณครอบคลุม และมีแพ็กเกจที่เหมาะกับการใช้งาน ก็สามารถใช้งาน GPS Tracker ได้อย่างคุ้มค่าและต่อเนื่องในระยะยาว