
หากคุณเป็นอีกคนที่กำลังมองหาผู้ช่วยที่จะสามารถติดตามรถยนต์ได้อย่างแม่นยำไปไหนก็รู้พิกัดหมด ในปัจจุบันคงหนีไม่พ้น GPS ติดรถยนต์ ซึ่งต้องมาเป็นอันดับต้นๆ เพราะเจ้าตัว GPS ติดรถยนต์ นี้ออกแบบมาเพื่อทำงานติดตามตำแหน่งนี้โดยเฉพาะ และ ยิ่งในปัจจุบันที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายมากขึ้นมีตัวเลือกและราคาอย่างหลากหลายก็ยิ่งทำให้ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ส่วนตัว หรือ ใช้ในธุรกิจขนส่ง
หลักการทำงานของ GPS ติดรถ
หลักการทำงานเบื้องต้นของ GPS ติดรถยนต์ คือการรับสัญญาณดาวเทียมเพื่อระบุพิกัดตำแหน่งของรถ จากนั้นส่งข้อมูลผ่านเครือข่ายมือถือ (ซิมเน็ตที่ใส่ไว้ในเครื่อง GPS ติดรถยนต์) ไปยังเซิร์ฟเวอร์ ทำให้เรานั้นสามารถเช็คตำแหน่งรถผ่านแอปบนมือถือได้แบบ Real Time ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม อีกทั้งรูปแบบในการติดตั้งก็มีการปรับมาเป็นรุ่นที่มีแบตเตอรี่ในตัวและมาพร้อมกับแม่เหล็กแรงสูงซึ่งช่วยให้สะดวกต่อการติดตั้งสำหรับมือใหม่เป็นอย่างมากไม่จำเป็นต้องใช้งานรุ่นที่ต้องพ่วงแบตเตอร์รี่รถยนต์เป็นอย่างเดียว นอกจากการเช็คแบบ Real Time ได้แล้ว GPS ติดรถในปัจจุบันนั้นยังสามารถดูย้อนหลังเส้นทางการเดินทางได้อีกด้วย รวมไปถึงเช็คความเร็วในการขับขี่ การจอด และตั้งค่าแจ้งเตือนเมื่อรถออกนอกพื้นที่ที่กำหนด
อย่างไรก็ตาม การใช้งาน GPS ติดรถยนต์ที่เป็นรุ่นแบบที่มีแบตเตอรี่ในตัว ข้อดีทั้งในส่วนของการติดตั้งใช้งานที่ง่ายและไม่ต้องต่อสายไฟให้ยุ่งยาก จะรู้กันไหมคะว่า GPS แบบมีแบบในตัวนั้นเช่นเดียวกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั่วไป ปัจจัยหนึ่งที่หลายคนอาจมองข้ามแต่ส่งผลต่ออายุการใช้งานของแบตเตอรี่โดยตรงก็คือ อุณหภูมิ ซึ่งหากปล่อยให้ GPS ติดรถอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีความร้อนสูงเป็นเวลานาน อาจทำให้แบตเตอรี่เสื่อมสภาพเร็วกว่าที่ควรจะเป็น
ข้อควรสังเกต สัญญาณเตือนว่า GPS ติดรถ เริ่มมีอาการแบตเตอรี่เสื่อม
หากกำลังติดตั้งใช้งาน GPS ติดรถยนต์แบบมีแบตเตอรี่อยู่แล้วก็เราอาจจะต้องเริ่มสังเกตจุดเหล่านี้ว่า GPS ติดรถของเราเริ่มมีสัญญาณเตือนบางดังที่กล่าวมาแล้วหรือไม่ หากพบอาการเหล่านี้ควรรีบตรวจสอบ และ เช็คอย่างเร่งด่วนเลยค่ะ
- แบตเตอรี่หมดเร็วผิดปกติ ทั้งที่ชาร์จเต็มแล้วแต่ใช้งานได้ไม่นานเท่าเดิม
- เครื่องร้อนผิดปกติระหว่างการใช้งาน หรือ ระหว่างการชาร์จไฟ
- สัญญาณ GPS ขาดหายบ่อยครั้ง หรือ แอปแสดงตำแหน่งไม่อัปเดตตามเวลาจริง
- ตัวเครื่องมีอาการบวม เปลี่ยนไปจากเดิม ซึ่งเป็นสัญญาณอันตรายที่ควรหยุดใช้งานทันที
- เปอร์เซ็นต์แบตเตอรี่ในแอปลดเร็วแบบไม่สัมพันธ์กับระยะเวลาการใช้งาน
- เครื่องดับเองโดยไม่ทราบสาเหตุ ทั้งที่เปอร์เซ็นต์แบตเตอรี่ยังเหลืออยู่พอสมควร
วิธีป้องกันแบตเตอรี่ใน GPS ติดรถ เสื่อมสภาพ
1.เลือกใช้อุปกรณ์ชาร์จที่เหมาะสม
ควรเลือกใช้หัวชาร์จและสายชาร์จที่เป็นกำลังไฟมาตรฐานตามที่ผู้ผลิตกำหนด หลีกเลี่ยงการใช้งานอุปกรณ์ชาร์จแบบ Fast Charge เพราะกำลังไฟที่สูงเกินความจำเป็นอาจส่งผลให้เกิดความร้อนสะสมภายในตัวเครื่องระหว่างการชาร์จ ซึ่งความร้อนสะสมนี้เองที่เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้แบตเตอรี่เสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ
2.ควบคุมระยะเวลาในการชาร์จให้เหมาะสม
ไม่ควรปล่อยให้เครื่องชาร์จไฟทิ้งไว้เป็นเวลานานเกินความจำเป็นหลังจากแบตเตอรี่เต็มแล้ว เพราะการชาร์จไฟค้างไว้นาน ๆ อาจทำให้เกิดความร้อนสะสมและส่งผลเสียต่อสภาพแบตเตอรี่ในระยะยาว ควรถอดปลั๊กชาร์จออกเมื่อแบตเตอรี่เต็มหรือใกล้เต็มแล้ว
3.ชาร์จแบตเตอรี่ในช่วงเวลาที่เหมาะสม
แนะนำให้หมั่นตรวจสอบเปอร์เซ็นต์แบตเตอรี่ผ่านแอปพลิเคชันอย่างสม่ำเสมอ หากพบว่าเหลือปริมาณแบตเตอรี่ประมาณ 20% ควรนำไปชาร์จได้เลยทันที ไม่ควรปล่อยให้แบตเตอรี่หมดเกลี้ยงบ่อยครั้ง เพราะการปล่อยให้แบตเตอรี่หมดจนถึงศูนย์เปอร์เซ็นต์ซ้ำ ๆ จะส่งผลให้ประสิทธิภาพและอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ลดลงเร็วกว่าที่ควรจะเป็น
4.หลีกเลี่ยงการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่มีความร้อนสูง
นอกเหนือจากการดูแลเรื่องการชาร์จแล้ว การเลือกตำแหน่งติดตั้งที่เหมาะสมก็มีผลโดยตรงต่ออายุการใช้งานของแบตเตอรี่เช่นกัน ซึ่งจะกล่าวถึงในรายละเอียดต่อไป
วิธีเลือกจุดติดตั้ง GPS ติดรถยนต์ให้เหมาะสม
การเลือกตำแหน่งติดตั้ง GPS ติดรถยนต์ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่ออายุการใช้งานของอุปกรณ์และแบตเตอรี่โดยตรง หากเลือกจุดติดตั้งไม่เหมาะสม นอกจากจะทำให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็วแล้ว ยังอาจส่งผลต่อความแม่นยำในการรับสัญญาณดาวเทียมอีกด้วย
1.หลีกเลี่ยงจุดที่มีความชื้นสูง
ไม่ควรติดตั้ง GPS ในบริเวณที่มีความชื้นสะสม เช่น ใกล้ช่องแอร์ที่มีการควบแน่นของน้ำ หรือจุดที่มีน้ำรั่วซึมได้ง่าย เพราะความชื้นเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดการกัดกร่อนของแผงวงจรภายในเครื่อง ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อทั้งตัวเครื่องและแบตเตอรี่ในระยะยาว
2.หลีกเลี่ยงจุดที่โดนแสงแดดส่องโดยตรง
ควรเลี่ยงการติดตั้งในตำแหน่งที่มีแสงแดดส่องกระทบโดยตรงเป็นเวลานาน เช่น บริเวณกระจกหน้ารถหรือคอนโซลหน้าที่ไม่มีร่มเงาบัง เพราะแสงแดดที่ส่องต่อเนื่องเป็นเวลานานจะทำให้อุณหภูมิภายในตัวเครื่องสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่เร่งให้แบตเตอรี่เสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ
3.หลีกเลี่ยงจุดที่มีความเสี่ยงต่ออุณหภูมิสูงเป็นเวลานาน
นอกจากแสงแดดโดยตรงแล้ว ยังควรเลี่ยงจุดที่อยู่ใกล้เครื่องยนต์หรือบริเวณที่มีความร้อนสะสมสูง เช่น ใกล้หม้อน้ำหรือท่อไอเสีย เพราะความร้อนที่สะสมอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานจะส่งผลโดยตรงต่อปฏิกิริยาเคมีภายในแบตเตอรี่ ทำให้ประสิทธิภาพในการเก็บประจุลดลงเร็วกว่าที่ควรจะเป็น
4.เลือกจุดที่รับสัญญาณได้ดี
นอกจากเรื่องอุณหภูมิและความชื้นแล้ว ควรเลือกจุดติดตั้งที่สามารถรับสัญญาณดาวเทียมได้อย่างชัดเจน ไม่มีวัสดุโลหะหรือสิ่งกีดขวางบดบังสัญญาณมากเกินไป เพื่อให้การระบุตำแหน่งมีความแม่นยำและต่อเนื่อง
นอกเหนือจากการเลือกตัวเครื่องและการดูแลรักษาแล้ว อีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญไม่แพ้กันคือการเลือกซื้อจากร้านที่มีความน่าเชื่อถือ ควรตรวจสอบประวัติร้านค้า รีวิวจากลูกค้าที่เคยใช้บริการ รวมถึงความชัดเจนในเรื่องการรับประกันสินค้า เพราะอุปกรณ์ GPS ติดรถยนต์เป็นอุปกรณ์ที่ต้องใช้งานต่อเนื่องในระยะยาว หากเกิดปัญหาระหว่างการใช้งานแล้วไม่มีบริการหลังการขายที่ดีรองรับ อาจทำให้เสียเวลาและค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมโดยไม่จำเป็น
บริการหลังการขายที่ดีควรครอบคลุมทั้งการให้คำปรึกษาเมื่อพบปัญหาการใช้งาน การตรวจเช็คสภาพเครื่องและแบตเตอรี่ตามระยะเวลาที่เหมาะสม รวมถึงการรับประกันสินค้าที่ชัดเจนและเข้าถึงง่ายเมื่อเกิดปัญหา การเลือกร้านที่มีทีมช่างหรือฝ่ายบริการลูกค้าที่พร้อมให้ความช่วยเหลือจะช่วยให้การใช้งาน GPS ติดรถยนต์เป็นไปอย่างราบรื่นและอุ่นใจมากยิ่งขึ้นตลอดอายุการใช้งาน
ความเห็นล่าสุด