
หากเวลาที่เราพูดถึงการใช้งาน GPS ขึ้นมาละก็ หลายคนอาจนึกถึงแบบเดียวกันทั้งหมด นั่นก็คือ gps ที่อยู่ในมือถือของเราที่เป็น Application สำหรับนำทางเอาไว้ดูเส้นทางไปในสถานที่หรือจุดที่เราต้องการต่างๆ แต่จริง ๆ แล้ว GPS ที่เราใช้งานกันในปัจจุบันนั้นจะมี 2 ประเภทใหญ่ๆนั่นก็คือ GPS ติดรถ ที่เอาไว้ติดตามตำแหน่งกับ GPS ที่เอาไว้นำทางนั่นเอง GPS ติดรถ และ GPS นำทาง มีหน้าที่ต่างกันพอสมควรเลยนะคะทุกคนรู้หรือไม่ มาทำความรู้จัก GPS ทั้ง 2 ประเภทนี้กันค่ะ ข้อดีคืออะไรและใช้งานยังไงบ้าง
GPS ติดรถ คืออะไร?
GPS ติดรถ (GPS Tracker) คืออุปกรณ์สำหรับ ติดตามตำแหน่งรถแบบเรียลไทม์ ซึ่งในปัจจุบันมีให้เลือกใช้งานและสามารถเข้าถึงได้ง่ายมากยิ่งขึ้นอีกทั้ง GPS ติดรถที่เราใช้งานนั้นยังสามารถที่จะเชื่อมต่อผ่านแอปบนมือถือเพื่อให้ผู้ใช้อย่างเราสามารถดูได้ว่ารถอยู่ตรงไหน เคลื่อนที่ออกนอกเส้นทางหรือไม่ หยุดนานเท่าไร ใช้ความเร็วขณะเดินทางเท่าไหร่ หรือแม้แต่มีการแจ้งเตือนเมื่อรถมีการขับรถออกนอกเส้นทาง นอกจากนี้ใน GPS บางรุ่นยังสามารถใช้ดูเส้นทางย้อนหลังได้ด้วยว่ารถของเราไปที่ไหนมาบ้าง
เรียกง่าย ๆ GPS ติดรถ ก็เปรียบเสมือน “ตัวช่วยดูแลรถและการใช้งานของรถ” มากกว่าจะเป็นอุปกรณ์นำทางค่ะ เพราะเขาจะคอยติดตามรถยนต์ของเราขณะใช้งานตลอดเวลาพร้อมกับแจ้งตำแหน่งแบบ Real Time ให้เรารับทราบสร้างความอุ่นใจ ทั้งนี้ยังสามารถใช้ได้ทั้งสำหรับส่วนตัวหรือในเชิงธุรกิจก็ถือว่าเป็นผู้ช่วยที่ดีเลยค่ะ
GPS ติดรถ ใช้งานง่าย ๆ
- ใส่ซิมการ์ดใน GPS ติดรถยนต์ : GPS ติดรถนั้นจำเป็นที่จะต้องใช้งานควบคู่กับซิมที่มีแพ็คเกจอินเตอร์เน็ตเรียบร้อย เพราะเขาจะทำหน้าที่ให้ตัว GPS ของเราสามารถส่งพิกัดหรือตำแหน่งอัพเดทแบบเรียลไทม์ให้เราเข้าเช็คผ่าน App ได้นั่นเอง เลือกซิมการ์ดและสมัครแพ็คเกจอินเทอร์เน็ตความเร็วที่เหมาะสมเพื่อการทำงานของ GPS ที่ราบรื่นหากความเร็วอินเตอร์เน็ตมาให้เพียงพอหรือไม่มีแพ็คเกจอินเตอร์เน็ตแล้วก็จะทำให้ตัวเครื่องของเราออฟไลน์หรือขึ้นสถานะ lbs นั่นเอง
- ชาร์จแบตให้เรียบร้อยและ ติดตั้ง GPS ได้เลย : ซึ่งทั้งนี้ควรเลือกจุดติดตั้งให้เหมาะสมและสอดคล้องกับการทำงานของ GPS ติดรถยนต์ รุ่นที่เราเลือกเพราะใน GPS ติดรถยนต์นั้นจะมีทั้งรุ่นที่สามารถกันน้ำได้และรุ่นที่กันน้ำไม่ได้ฉะนั้นก่อนเลือกนำไปติดตั้งตามจุดต่างๆบริเวณรอบๆรถของเราคนดูให้ชัดเจนว่าเขากันน้ำได้หรือไม่ อีกทั้งในจุดติดตั้งควรเลือกติดตั้งในจุดหรือบริเวณที่ไม่โดนแดดร้อนตลอดเวลาหรืออยู่ในจุดที่มีการเสี่ยงที่จะรับแรงกระเทือนมากๆเพื่อไม่ทำให้อุปกรณ์เสียหายนั่นเอง
- ติดตั้งเรียบร้อย สัญญาณอินเทอร์เน็ตพร้อม เท่านี้เราก็สามารถที่จะเข้าดูพิกัดตำแหน่งของรถยนต์ที่ gps เราแจ้งเข้ามาได้เลย โดยการเปิดแอปบนมือถือ แล้วดูตำแหน่งรถแบบเรียลไทม์ได้เลยง่าย ๆ
การใช้งาน GPS ติดรถยนต์เหมาะสำหรับใคร?
- ธุรกิจขนส่ง, รถบริษัท, รถรับส่ง ผู้โดยสาร
- คนที่ต้องการดูแลความปลอดภัยของรถ เช่น ป้องกันรถหาย
- ผู้ปกครองที่ต้องการติดตามรถของคนในครอบครัว
ข้อดีของ GPS ติดรถ (GPS Tracker)
- ช่วยติดตามตำแหน่งแบบแม่นยำ — เห็นได้แบบเรียลไทม์ว่าอยู่ไหน ไม่ว่ารถยนต์ที่เรารักจะมีการเดินทางไปเส้นทางไหนมีการใช้งานอย่างไรบ้างก็สามารถเช็คตำแหน่งได้ง่ายๆผ่าน application บนมือถืออีกทั้งยังสามารถดูจุดที่รถจอดหรือแวะพักได้อีกด้วยทำให้อุ่นใจ
- ป้องกันรถหายได้ดี — ใน GPS ติดรถยนต์สามารถตั้งค่าการออกนอกเส้นทางได้หากมีการออกนอกเส้นทางจะมีการแจ้งเตือนให้เราทันทีอีกทั้งด้วยการแจ้งตำแหน่งหรือพิกัดแบบ Real Time ของ GPS ติดรถก็ทำให้เราสามารถตามรถยนต์ที่เรารักเจอได้อย่างไม่ยากนั่นเอง
- เช็กเส้นทางย้อนหลัง / พฤติกรรมการขับได้ — เหมาะกับรถบริษัทและงานขนส่ง เพราะสามารถดูความเร็วในการขับขี่ได้ อีกทั้งข้อมูลเหล่านี้รวมถึงเส้นทางการขับขี่ย้อนหลังยังสามารถนำมาปรับใช้เพื่อย่นระยะทางในการเดินทางครั้งต่อไปได้อีกด้วย
GPS นำทาง คืออะไร?
GPS นำทาง (GPS Navigation) คือ อุปกรณ์หรือแอปที่ใช้สำหรับ บอกเส้นทาง โดยส่วนมากหรือที่เรานิยมใช้กันนั้นก็คงจะไม่มีใครไม่รู้จัก Google Map อยากแน่นอน GPS นำทางจึงเป็นเหมือนไกด์คนสำคัญที่คอยบอกเส้นทางให้คุณให้ไปถึงจุดหมายที่ต้องการได้อย่างง่ายดาย อีกทั้ง GPS นำทางเหล่านี้นอกจากจะสามารถดูเส้นทางแบบ Real Time รวมไปถึงเช็คว่ามีรถติดหรือไม่ได้แล้วด้วยยังสามารถทำให้เราช่วยวางแผนหรือคำนวณการเดินทางล่วงหน้าได้ด้วยว่าในการเดินทางครั้งนี้จะใช้ระยะเวลาประมาณเท่าไหร่นั่นเอง
เรียกง่าย ๆ GPS นำทาง คือ “เครื่องช่วยบอกทาง” ที่ใช่สำหรับคนเดินทางบ่อยนั่นเองค่ะ อีกทั้งยังสามารถเลือกเส้นทางที่ดีที่สุดหรือประหยัดเวลาที่สุดให้เราได้เช่นเดียว
GPS นำทาง วิธีใช้งานง่ายมาก ๆ
- เปิดอุปกรณ์ หรือ เปิดแอปนำทาง เช่น Google Map ของเราขึ้นมาได้เลย
- พิมพ์จุดหมายปลายทางที่เราต้องการจะเดินทางให้เรียบร้อย
- เมื่อใส่ข้อมูลรายละเอียดเรียบร้อยแล้วว่าเราจะไปที่ไหน ระบบจะคำนวณเส้นทาง และบอกทางให้แบบเป็นขั้นตอน อีกทั้งในส่วนนี้การตั้งค่าใช้งานยังสามารถเลือกได้ด้วยว่าจะเลี่ยงการขึ้นทางด่วนหรือไม่ ซึ่งใน Google map หรือแอปนำทางปัจจุบันนอกจากนี้แล้วยังสามารถบอกหรือให้คะแนนได้คร่าวๆด้วยว่าจะมีรถติดหรือไม่ทำให้ง่ายต่อการวางแผนในการเดินทางของเราอย่างมาก
การใช้งาน GPS นำทางเหมาะสำหรับใคร?
- คนขับรถส่งของ/ส่งอาหาร : พนักงานเดลิเวอรี่ต่างๆ GPS นำทางถือว่าเป็นผู้ช่วยคนสำคัญที่ต้องไปไหนไปด้วยตลอดเพราะจะทำหน้าที่บอกเส้นทางให้พี่พีไรเดอร์หรือพนักงานขนส่งนำส่งสินค้าหรืออาหารไปถึงมือของลูกค้าได้อย่างรวดเร็วนั่นเอง
- คนเดินทางต่างจังหวัดบ่อย : สำหรับผู้ที่เดินทางบ่อยๆ GPS นำทางหรือ Google Map จะช่วยให้เราสามารถคำนวณระยะเวลาในการเดินทางและวางแผนการเดินทางได้ดียิ่งขึ้นนอกจากนี้แล้วล่ะก็คนที่มักที่จะต้องโดยสารรถประจำทางหรือรถโดยสารบ่อยๆก็ใช้งานได้เช่นกันเพื่อคำนวณเวลาที่จะไปถึงจุดหมายแบบคร่าวๆ ซึ่งในส่วนนี้จะสามารถทำให้เราจัดการเวลาหรือตารางตัวเองได้ง่ายมากยิ่งขึ้นนั่นเองค่ะ
ข้อดีของ GPS นำทาง
- ใช้งานง่าย บอกทางได้ชัดเจน — วิธีการใช้งานไม่ซับซ้อนเพียงใส่ข้อมูลหรือชื่อสถานที่ที่เราต้องการจะไประบบก็จะทำหน้าที่ในการคำนวณเส้นทางและแนะนำเส้นทางที่เหมาะสมให้กับเราอีกทั้งยังมีระบบเสียงจึงสามารถแจ้งเราได้เลยว่า เลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา ไม่หลงแน่นอน อีกกี่เมตรต้องเลี้ยวหรือมีการยูเทิร์น
- ปลอดภัยกว่าเล่นมือถือจิ้มแผนที่เองขณะขับรถ — การที่มี GPS นำทางจะช่วยให้เราเดินทางได้ปลอดภัยและง่ายมากยิ่งขึ้นสามารถขับรถโดยที่มีเสียงแจ้งชัดเจนในการบอกเส้นทางทำให้ผู้ขับมีสมาธิและจดจ่ออยู่กับการขับรถไม่ต้องคอยมองสลับไปมา อีกทั้งการทำงานของแอพพลิเคชั่นนำทางหรือ GPS นำทางของเรานั้นมีความแม่นยำค่อนข้างสูง สามารถคาดเวลาในการเดินทางได้อย่างชัดเจน ทำให้การเดินทางไปที่ต่างๆสะดวกมากขึ้น
- สามารถแชร์ตำแหน่งได้ — เราสามารถแชร์ตำแหน่งหรือพิกัดที่เราอยู่ ณ ปัจจุบันจาก gps นำทางของเราได้เลยทันที ทำให้ผู้ที่รออยู่ หรือต้องการทราบว่าตอนนี้เราอยู่จุดไหนแล้ว ใกล้จะถึงจุดหมายแล้วหรือไม่ทราบได้ทันที ในกรณีที่เรานั่งรถโดยสาร หรือ เรียกรถต่างๆ ถึงแม้เราจะไม่ใช่ผู้ขับในการแชร์ตำแหน่งต่างๆตรงนี้ถือว่าเป็นการเซฟตัวเองในระดับหนึ่งเลยให้คนใกล้ตัวเรารู้ว่าขณะนี้เรากำลังไปไหนหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดล่ะก็จะสามารถช่วยให้ตามตำแหน่งเราเจอได้ง่ายๆ
GPS ทั้ง 2 รูปแบบนั้น มีความสามารถที่แตกต่างกัน ซึ่งหากว่าคุณต้องการที่จะเพิ่มการรักษาความปลอดภัยและอย่างสร้างความอุ่นใจในการดูแลรถยนต์ที่เรารักแล้วล่ะก็การเลือกติดตั้ง GPS ติดรถ เพื่อติดตามตำแหน่งหรือดูพิกัดการใช้งานรถยนต์ก็อาจจะเป็นตัวเลือกที่ดีอีกทั้งในเชิงธุรกิจยังสามารถนำข้อมูลที่ได้จากการขับขี่ต่างๆมาปรับใช้ได้อีกด้วย แต่ทั้งนี้หากเราเป็นคนที่ต้องเดินทางบ่อยๆ จำทางไม่ค่อยเก่งและต้องการมีผู้ช่วยส่วนตัวทีมแม่นในการบอกทางมากๆแล้วก็การใช้งาน GPS นำทาง หรือแอป Google Map ก็เป็นตัวเลือกที่ดีใช้งานได้ง่ายและไม่ยุ่งยากเหมาะกับมือใหม่ด้วยค่ะ
ความเห็นล่าสุด