ในยุคสมัยนี้ที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในการใช้ชีวิตของเราในหลายๆด้านมากขึ้น ทั้งในส่วนของการใช้ชีวิตประจำวันก็ดีหรือในส่วนของภาคธุรกิจการทำงานก็มีส่วนอย่างมาก และสำหรับใครที่ทำธุรกิจขนส่ง ทำกิจเดลิเวอรี่ หรือ ดูแลงานที่ต้องขับรถออกไปทำงานนอกสถานที่ทุกวัน ปัญหานึงที่มักจะเจอบ่อย ๆ คือเรื่องของ “การเบิกค่าน้ำมัน / ค่าเชื้อเพลิงในการเดินทาง” ที่บางครั้งตัวเลขที่แจ้งมากับระยะทางที่ใช้งานจริงอาจไม่ตรงกัน ทำให้ต้นทุนบานปลายโดยไม่รู้ตัวทำเอาเป็นเรื่องชวนปวดหัวอย่างมากเลยทีเดียว และนี่คือเหตุผลที่ทำให้ GPS ติดรถยนต์ กลายเป็นอุปกรณ์ที่กลายมาเป็นผู้ช่วยคนสำคัญให้หลายธุรกิจที่ต้องเริ่มหามาติดตั้ง เพราะนอกจากจะช่วยติดตามตำแหน่งรถแบบเรียลไทม์แล้ว ยังมีฟีเจอร์เด็ดอย่าง “การดูเส้นทางย้อนหลัง” ที่ช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ตรงจุด เพราะจริงๆประโยชน์ของการใช้งาน GPS ติดรถยนต์ไม่ใช่แค่ติดตามเส้นทางแต่ยังสามารถดูเส้นทางย้อนหลังซึ่งข้อมูลตรงนี้นำมาเป็นประโยชน์ได้อย่างมากเลยทีเดียว


GPS ติดรถยนต์ ไม่ได้มีดีแค่ “ติดตามตำแหน่งรถ”

หลายคนอาจจะยังเข้าใจว่า GPS ติดรถยนต์ มีหน้าที่แค่บอกว่า “ตอนนี้รถอยู่ที่ไหน” เท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้วเทคโนโลยี GPS Tracking ในปัจจุบันนั้นถูกพัฒนาให้มีความสามารถที่ครอบคลุมมากกว่านั้นมาก อีกทั้งในตอนนี้ยังสามารถใช้งานดูพิกัดผ่าน App ได้เลยไม่ต้องเสียเวลาต่ออุปกรณ์ให้วุ่นวายอีกทั้ง ไม่ว่าจะเป็นการเก็บข้อมูลความเร็ว พฤติกรรมการขับขี่ ระยะเวลาจอดรถ ก็สามารถดูได้และที่สำคัญที่สุดคือ “การบันทึกเส้นทางการเดินทาง” ซึ่งข้อมูลเหล่านี้สามารถนำมาย้อนดูได้ในภายหลัง กลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้เจ้าของธุรกิจ หรือ ผู้ที่ต้องดูแลเกี่ยวกับเรื่องของงบการเดินทางหรือการใช้น้ำมัน / เชื้อเพลิงต่างๆ สามารถตรวจสอบ และ ใช้ประกอบวางแผนการทำงานได้อย่างแม่นยำ 


ทำความรู้จักฟังก์ชันดูเส้นทางย้อนหลัง 

นอกจาก GPS ติดรถที่เราใช้งานในปัจจุบันนั้นจะสามารถติดตามพิกัดตำแหน่งได้อย่างแม่นยำจากการส่งสัญญาณทำงานควบคู่กับดาวเทียมแล้วแต่รู้ไหมคะนอกจากความสามารถหลักๆที่ใช้ในการติดตามตำแหน่งแล้วจริงๆอีกหนึ่งในจุดเด่นของ GPS ติดรถยนต์รุ่นใหม่ ๆ คือความสามารถในการ “ดูเส้นทางย้อนหลัง” ซึ่งสำหรับบางรุ่นสามารถดูย้อนหลังได้ยาวนานถึง 6 เดือน ซึ่งถือว่าครอบคลุมเพียงพอสำหรับการตรวจสอบย้อนหลังในกรณีที่ต้องการหลักฐานหรือข้อมูลเพื่อยืนยันการเดินทางในแต่ละครั้ง 

1.เชื่อมต่อกับ Google Map และ Google Street View เพื่อความสะดวกสูงสุด

ระบบ GPS ติดรถที่เราใช้งานกันในปัจจุบันไม่ได้แสดงผลเป็นแค่จุดพิกัดหรือ เส้นทางเพียงอย่างเดียว แต่สามารถเชื่อมต่อและแสดงผลผ่าน Google Map / Google Street View ได้โดยตรง ทำให้เห็นภาพเส้นทางจริงที่รถวิ่งผ่าน ไม่ว่าจะเป็นถนนสายไหน ผ่านจุดใดบ้าง หรือแม้แต่สภาพแวดล้อมรอบข้างในบริเวณนั้น ซึ่งช่วยให้การตรวจสอบเส้นทางทำได้ง่าย อีกทั้งยังสามารถใช้ในการเลี้ยงเพื่อถ้าเราเดินทางไปหาตัวรถได้อีกด้วยค่ะซึ่งฟังก์ชันนี้ทำให้การติดตามตำแหน่งหรือการดูเส้นทางต่างๆมีความสะดวกเพิ่มเข้ามาอย่างมาก

2.เช็คเส้นทาง และ ตำแหน่งง่าย ๆ ใช้งานผ่านแอปบนมือถือ เพิ่มความสะดวก

ผู้ใช้งานสามารถเรียกดูข้อมูลเส้นทางย้อนหลังผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือ หรือระบบหลังบ้าน (Back Office) บนคอมพิวเตอร์ได้ เพียงเลือกวันที่และช่วงเวลาที่ต้องการตรวจสอบ ระบบก็จะแสดงเส้นทางการเดินทางทั้งหมดในวันนั้นให้ทันที พร้อมทั้งสามารถดูความเร็วในแต่ละช่วงเวลา จุดจอดพัก และระยะเวลาที่ใช้ในการเดินทางได้อย่างละเอียด


ลดปัญหาต้นทุนน้ำมันด้วยการเทียบเส้นทางจริง

ปัญหาต้นทุนน้ำมันที่บานปลายเกินความจำเป็น มักเกิดจากการที่ไม่มีข้อมูลมายืนยันว่ารถวิ่งไปในเส้นทางใดจริง ๆ การมี GPS ติดรถที่สามารถดูเส้นทางย้อนหลังได้ จะช่วยแก้ปัญหานี้ได้อย่างตรงจุด

1.เทียบระยะทางที่แจ้งเบิกกับระยะทางที่ใช้งานจริง

เมื่อพนักงานหรือคนขับแจ้งระยะทางเพื่อขอเบิกค่าน้ำมัน ฝ่ายบริหารสามารถนำข้อมูลจากระบบ GPS มาเทียบกับตัวเลขที่แจ้งได้ทันที หากพบว่าระยะทางที่แจ้งมาสูงกว่าความเป็นจริง ก็สามารถตรวจสอบและปรับแก้ได้อย่างมีหลักฐานชัดเจน ไม่ต้องอาศัยการคาดเดาหรือความไว้เนื้อเชื่อใจเพียงอย่างเดียว ซึ่งในระยะยาวจะช่วยลดการรั่วไหลของต้นทุนที่ไม่จำเป็นได้อย่างมีนัยสำคัญ

2.นำข้อมูลเส้นทางย้อนหลังมาวิเคราะห์เพื่อปรับปรุงกระบวนการทำงาน

นอกจากการตรวจสอบเพื่อยืนยันความถูกต้องแล้ว ข้อมูลเส้นทางย้อนหลังยังสามารถนำมาวิเคราะห์เพื่อหาจุดที่ควรปรับปรุงได้ เช่น เส้นทางที่ใช้งานบ่อยแต่มีระยะทางไกลเกินความจำเป็น หรือช่วงเวลาที่รถติดบ่อยจนทำให้เสียเวลาและสิ้นเปลืองน้ำมันมากกว่าปกติ เมื่อรู้ข้อมูลเหล่านี้แล้ว ธุรกิจก็สามารถนำมาปรับแผนการเดินรถให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นได้


ย่นระยะทาง ประหยัดน้ำมัน ด้วยการวางแผนจากข้อมูลย้อนหลัง

จากการที่ติดตั้ง GPS ติดรถยนต์ที่มีฟังก์ชันในการดูเส้นทางย้อนหลังที่เรามีการใช้รถขับขี่ไปในเส้นทางต่างๆแล้วนั้น เมื่อมีข้อมูลย้อนหลังสะสมมาระยะหนึ่งแล้ว ข้อมูลเหล่านี้จะกลายเป็นฐานข้อมูลสำคัญที่จะเข้ามามีส่วนสำคัญในการช่วยให้การวางแผนเส้นทางในอนาคตแม่นยำและมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากจะช่วยประหยัดเรื่องค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับเชื้อเพลิงหรือว่าน้ำมันยังสามารถใช้ในการวางแผนเพื่อประหยัดเวลาทำให้ถึงจุดหมายได้เร็วมากขึ้น

1.วิเคราะห์หาเส้นทางที่เหมาะสมทำให้ถึงจุดหมายได้ไวขึ้น

จากข้อมูลเที่บันทึกไว้ เกี่ยวกับเส้นทางที่มีการใช้งานนั้นเราสามารถนำมาวิเคราะห์เปรียบเทียบได้ว่าเส้นทางใดที่ใช้ระยะทางสั้นกว่า ใช้เวลาน้อยกว่า หรือ ทั้งนี้ยังสามารถนำมาเปรียบเทียบเพื่อหลีกเลี่ยงจุดที่รถติดบ่อยได้ดีด้วย ทำให้สามารถกำหนดเส้นทางใหม่และนำมาใช้เพื่อให้การจัดส่งไปยังจุดหมายนั้นๆประหยัดเวลามากขึ้นรวมไปถึงลดค่าใช้จ่ายเรื่องน้ำมันไปได้อีก

2.วางแผนการเดินทางล่วงหน้าให้ถึงจุดหมายได้เร็วขึ้น

จากข้อมูลย้อนหลังเกี่ยวกับเส้นทางที่มีการใช้ในการขนส่งหรือเดินทางเป็นประจำนั้น การมีข้อมูลย้อนช่วยให้สามารถวางแผนการเดินทางในครั้งต่อไปได้แม่นยำขึ้น เพราะรู้ว่าช่วงเวลาไหนของวันที่เส้นทางไหนมักจะติดขัด หรือ เส้นทางใดที่ใช้เวลาเดินทางสั้นที่สุดในแต่ละช่วงเวลา ทำให้การจัดส่งสินค้าหรือการเดินทางไปที่ลูกค้าเป็นไปอย่างราบรื่น ถึงจุดหมายได้เร็วขึ้น ซึ่งส่งผลดีทั้งสองทาง ทั้งนี้ยังช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับลูกค้าเกี่ยวกับการจัดส่งที่รวดเร็วและทำให้สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะได้รับสินค้าถึงมือเมื่อไหร่กก

3.เพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจขนส่ง เดลิเวอรี่

ในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการขนส่ง เดลิเวอรี่ต่างๆ การมีระบบ GPS ติดรถยนต์ที่สามารถตรวจสอบเส้นทางย้อนหลังได้ ยังช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับเราได้มากขึ้นในสายตาของลูกค้า เพราะสามารถยืนยันได้ว่าสินค้าหรือพนักงานเดินทางไปถึงจุดหมายจริงตามเวลาที่แจ้ง ลดความเข้าใจผิดที่อาจเกิดขึ้นระหว่างทางได้ ลูกค้าสามารถเช็คได้ว่าสินค้าอยู่ไหนแล้วและจะสามารถรับได้ช่วงเวลาประมาณเท่าไหร่


ทริคการใช้งาน GPS ติดรถ ดูเส้นทางย้อนหลังยังไงให้ได้ประโยชน์สูงสุด

1.ตรวจสอบเส้นทางย้อนหลังเป็นประจำทุกสัปดาห์ เราควรตรวจสอบข้อมูลการใช้รถหรือเช็คเส้นทางย้อนหลังที่มีการเดินทางอย่างสม่ำเสมอ อย่ารอให้มีปัญหาก่อนแล้วค่อยย้อนดู ควรมีการตรวจสอบข้อมูลเส้นทางเป็นระยะ เพื่อป้องกันปัญหาการเบิกค่าน้ำมันเกินจริงตั้งแต่เนิ่น ๆ

2.บันทึกและเก็บข้อมูลเส้นทางที่ใช้บ่อยไว้เป็นมาตรฐาน เมื่อพบเส้นทางที่ประหยัดและรวดเร็วที่สุดแล้ว ควรกำหนดให้เป็นเส้นทางมาตรฐานสำหรับพนักงานขับรถ เพื่อช่วยในการย่นระยะเวลาการเดินทางรวมถึงช่วยลดเรื่องค่าน้ำมันที่ต้องใช้ได้ด้วย

3.ใช้ข้อมูลย้อนหลังประกอบการอบรมพนักงาน สามารถนำข้อมูลเส้นทางย้อนหลังมาใช้เป็นตัวอย่างในการอบรมพนักงานขับรถใหม่ ให้เข้าใจเส้นทางและพฤติกรรมการขับขี่ที่เหมาะสม เพราะนอกจากเส้นทางข้อมูลการใช้เส้นทางย้อนหลังแล้วสำหรับในระบบ gps ยังสามารถดูเรื่องการหยุดจอดหรือว่าความเร็วขณะขับขี่ได้ด้วยค่ะ


การติดตั้ง GPS ติดรถยนต์ ไม่ได้เป็นเพียงแค่เอาไว้ติดตามตำแหน่งรถของเราแบบเรียลไทม์เท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยแก้ปัญหาต้นทุนน้ำมันที่บานปลาย ได้อีกด้วยทั้งนี้ ฟังก์ชันการดูเส้นทางย้อนหลังที่สามารถเทียบกับการแจ้งเบิกได้อย่างแม่นยำ ทั้งยังสามารถนำข้อมูลเหล่านี้มาใช้วางแผนเส้นทางในอนาคต เพื่อประหยัดเวลาและน้ำมันได้มากขึ้น สำหรับใครที่กำลังมองหาตัวช่วยบริหารจัดการรถในธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นรถขนส่ง รถบริษัท เดลิเวอรี่ต่างๆ การเลือก GPS ติดรถที่มีฟังก์ชันดูเส้นทางย้อนหลังที่ครอบคลุมและใช้งานง่าย ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าและช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับธุรกิจได้ในระยะยาวค่ะ