เมื่อพูดถึง GPS ติดรถ เราก็มักจะนึกถึงอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับติดตั้งเพื่อบอกพิกัดตำแหน่งรถยนต์ว่ามีการเดินทางไปที่ไหนมาบ้าง ทำให้ง่ายต่อการตรวจสอบหรือติดตาม ซึ่ง GPS ติดรถยนต์ ที่เราคุ้นเคยกันนั้นได้รับความนิยมเป็นอย่างมากช่วยให้เจ้าของรถหรือผู้ใช้รถเกิดความอุ่นใจ  ช่วยให้ตามพิกัดรถได้ง่ายและลดปัญหาเรื่องลดสูญหาย รถขับออกนอกเส้นทางได้อย่างดี แต่นอกจาก GPS ติดรถที่ใช้สำหรับตามพิกัดตำแหน่งแล้วก็ จะมี GPS อีกรูปแบบหนึ่งที่นิยมใช้อย่างแพร่หลายไม่แพ้กันนั่นก็คือ GPS สำหรับนำทาง หรือที่เราเปิดใช้งานจาก google map ต่างๆนั่นเอง  ต่างๆนั่นเองเพื่อ นำทางให้เราไปถึงจุดหมายได้อย่างง่ายดายกว่าการเปิดแผนที่หรือวางแผนเอง การทำงานของ GPS ทั้ง 2 แบบนี้แตกต่างกันอย่างไร สงสัยกันหรือไม่ ??

การทำงานที่แตกต่างของ GPS ทั้ง 2 ประเภท

การทำงานของ GPS ติดรถยนต์

GPS ติดรถยน์ที่เราใช้งานกันนั้น หลักการทำงานของเขาคือการใช้ตำแหน่งของดาวเทียม ที่จะมีหน้าที่ในการนำร่อง ระบุตำแหน่งบนภาคพื้นมาใช้อ้างอิงและนำมาทำการคำนวณหาตำแหน่งพิกัดที่ชัดเจน

ประโยชน์ของการที่เราติดตั้ง GPS ติดรถ คือ ช่วยให้เราสามารถติดตามตำแหน่งรถยนต์ของเราได้อย่างง่ายดาย ด้วยการระบุตำแหน่งที่ชัดเจน และสามารถเข้าดูออนไลน์ได้แบบ Real Time  ผ่าน Application เพิ่ม สะดวกสบายในการเช็ค และ เพิ่มความปลอดภัยจาก การขโมย หรือ รถหาย ได้อย่างดี นอกจากนี้ยังสามารถนำ GPS ติดรถยนต์ไปปรับใช้สำหรับรถยนต์หรือยานพาหนะที่เราใช้ในธุรกิจขนส่งได้อีกด้วย เพื่อติดตามตำแหน่งของรถ การใช้รถของคนขับ ความเร็วในการขับขี่ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้เราสามารถนำมาใช้พัฒนาธุรกิจของเรารวมไปถึงใช้ในการคำนวณค่าใช้จ่ายและปรับเส้นทางเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้ธุรกิจของเราได้มากยิ่งขึ้น

การทำงานของ GPS นำทาง

GPS นำทาง หรือที่เรามักเปิดใช้งาน Application อย่าง Google Map นั่นเอง หลักการทำงานของ GPS นำทางคือ การใช้สัญญาณจากดาวเทียมเช่นเดียวกันกับ GPS ติดรถยนต์ การทำงานของ GPS นำทางนอกจากจะเป็นการแสดงตำแหน่งที่เราอยู่ ณ ปัจจุบันแล้ว จะมีการบอกตำแหน่งหรือเส้นทางต่างๆเพื่อนำไปสู่จุดหมายที่เราปักหมุดหรือตั้งไว้ โดยระบบสามารถคำนวณระยะเวลา รวมไปถึงเส้นทางลัดต่างๆเพื่อให้เราเลือกใช้งานได้ตามความต้องการอีกด้วย ซึ่งหากเป็นการใช้งาน GPS นำทางในปัจจุบันแล้วที่สามารถใช้งานได้ผ่าน App บนมือถือ ซึ่งสร้างความสะดวกสบายในการขับขี่ของเรา ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาในการเปิดดูแผนที่เหมือนเมื่อก่อน ด้วยการพัฒนาของเทคโนโลยีตรงนี้จึงช่วยให้เราสามารถดูเส้นทางต่างๆได้ง่ายมากขึ้น อีกทั้งคำนวณระยะเวลาที่ใช้ในการเดินทางไปยังจุดหมายนั้นๆที่เราต้องการได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

การทำงานที่แตกต่างของ GPS ทั้ง 2 ประเภท ทั้ง GPS ติดรถยนต์ และ GPS นำทางที่เราคุ้นเคยกันนั้นสามารถนำมาปรับใช้ควบคู่กัน เพื่อใช้ในการคำนวณเส้นทางต่างๆ อำนวยความสะดวกให้แก่เราได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้น นอกจากจะรู้ตำแหน่งของรถยนต์ของเราแล้วว่าตอนนี้กำลังมุ่งหน้าไปที่ไหนหรือมีการจอดพักอยู่ที่ใดแล้ว ยังสามารถใช้ GPS นำทางคำนวณระยะเวลาหรือเส้นทางต่างๆได้อีกด้วย ว่าการเดินทางไปในจุดหมายที่เราต้องการนั้นควรจะใช้เวลาประมาณเท่าไหร่ ซึ่งข้อมูลตรงนี้เราสามารถนำมาปรับใช้ทำให้การเดินทางของเราราบรื่นมากยิ่งขึ้นรวมไปถึงช่วยวางแผนในการเดินทางครั้งถัดไปของเราให้สามารถจัดการเรื่องของเวลาและเส้นทางต่างๆได้ง่ายมากยิ่งขึ้น