การทำงานของ GPS ติดรถ ที่เป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายนั้น ในการบอกพิกัดตำแหน่งตั๋วเครื่องจะใช้สัญญาณจากดาวเทียมเพื่อนำมาคำนวณตำแหน่งของตัวเครื่องที่ติดตั้งบนรถนั่นเองซึ่ง ข้อมูลเหล่านี้จะแสดงบนแอป หรือ ระบบแผนที่ออนไลน์ ด้วยการใช้งานที่ง่ายทำให้สามารถติดตามพิกัดได้อย่างสะดวกอีกทั้ง GPS ในปัจจุบันออกแบบมาให้ทำงานร่วมกับแอพพลิเคชั่นบนมือถือได้จึงเป็นที่นิยมอย่างมาก ช่วยเพิ่มความอุ่นใจลดปัญหารถยนต์หายได้อย่างดี แต่ด้วยการทำงานของ GPS ติดรถยนต์นั้นการส่งและรับสัญญาณถือว่าเป็นเรื่องสำคัญหากว่าอุปกรณ์อยู่ในจุดที่มีสัญญาณรบกวนเยอะหรือจุดอับสัญญาณอาจจะส่งให้ความแม่นยำของอุปกรณ์ทำงานได้อย่างไม่เต็มที่ สัญญารบกวนต่างๆเกิดจากอะไรได้บ้าง และมีวิธีจัดการกับเรื่องนี้ยังไงเพื่อให้เราสามารถใช้งาน GPS ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

สาเหตุที่มาของสัญญาณรบกวน ที่ส่งผลต่อ GPS
ทั้งนี้สาเหตุของคลื่นสัญญาณรบกวนที่อาจจะส่งผลให้ GPS ของเราทำงานได้อย่างไม่เต็มที่หรือทำให้ข้อมูลและพิกัดไม่อัพเดทแบบ Real Time สามารถเกิดได้จากทั้ง 2 สาเหตุหลักใหญ่ๆคือ เกิดจากสาเหตุเกี่ยวกับสภาพแวดล้อม และคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าหรือคลื่นสัญญาณที่ปล่อยออกมาจากอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดอื่น ๆ

1.สภาพแวดล้อม หรือบริเวณพื้นที่การใช้งาน
– มีอาคารสูง , ต้นไม้หนาแน่น, พื้นที่เป็นภูเขา อาจบังการรับส่งของสัญญาณจ ส่งผลให้ GPS ติดรถยนต์ รับข้อมูลได้ไม่เต็มที่ ซึ่งอาจจะทำให้ข้อมูลไม่อัพเดทหรือผิดพลาดนั่นเอง
– อุโมงค์ หรือ พื้นที่ใต้ดิน ลานจอดรถภายในอาคาร เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่อยู่ใต้พื้นลงไปซึ่งด้วยระดับความลึกต่างๆรวมไปถึงพื้นที่ตั้งอาจทำให้ สัญญาณไม่สามารถเข้าถึงได้
– สภาพอากาศที่ย่ำแย่ อาจจะเป็นในช่วงที่ฝนตกหนัก มีเมฆหนาหรือเกิดพายุก็อาจส่งผลให้การรับส่งสัญญาณทำได้ไม่ดีนักซึ่งส่งผลต่อการทำงานของ GPS ได้เช่นเดียวกัน

2.คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
– คลื่นจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หรือ เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ เช่น เสาอากาศ, โทรศัพท์มือถือ, อุปกรณ์สื่อสารต่าง ๆ อาจรบกวนการรับส่งสัญญาณได้ ซึ่งถ้าหากมีการนำ GPS ไปใช้งานในบริเวณที่มีการติดตั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าเป็นจำนวนมากก็อาจส่งผลให้ตัวเครื่องทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพได้เช่นเดียวกัน