เครื่องดักฟัง หรือ อุปกรณ์บันทึกเสียงขณะจิ๋ว ที่เรารู้จักกันนั้นนอกจากจะสามารถใช้บันทึกเสียงเพื่อเก็บหลักฐานการสนทนาที่สำคัญต่างๆได้แล้วด้วยนอกจากนี้ยังมีการนำเครื่องบันทึกเสียง หรือ เครื่องดักฟังไปใช้ในการแอบฟังบทสนทนา หรือ ดักฟังทางโทรศัพท์ซึ่งทั้งนี้การนำไปใช้งานดังกล่าวถึงแม้ว่าเราจะเป็นการใช้งานกับคู่รักหรือคนใกล้ชิดของตัวเองก็ตามแต่ รู้หรือไม่ว่าการแอบฟังบทสนทนา การใช้เครื่องดักฟังนั้นอาจเข้าข่ายผิดกฎหมายได้ฉะนั้นแล้วก่อนนำอุปกรณ์หรือเครื่องดักฟังไปติดตั้งเพื่อใช้งานควรรู้เกี่ยวกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องเหล่านี้เพื่อไม่ให้เป็นการล่วงละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของผู้อื่นและเสี่ยงต่อการทำผิดค่ะ
ไม่ว่าจะเป็นบทสนทนา การพูดคุยต่างๆถือว่าเป็นสิทธิส่วนบุคคลซึ่งหากว่าเราไปบันทึกหรือแอบฟังข้อความเหล่านี้ก็อาจจะทำให้เข้าข่ายการล่วงละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของผู้อื่นได้เช่นเดียวกัน แล้วกฎหมายที่เกี่ยวข้องนั้นมีอะไรบ้าง มาทำความเข้าใจกันค่ะ

ข้อกฏหมายที่เกี่ยวข้องกับ การใช้เครื่องดักฟัง การดักฟัง
1.หากมีการแอบฟัง หรือ ดักฟังโทรศัพท์ขณะที่ผู้อื่นมีการสนทนากันอยู่นั้น ว่าด้วยประมวลกฎหมายอาญาและพ.ร.บ.โทรเลขและโทรศัพท์พ.ศ 2477 มาตรา 24 ซึ่งได้กล่าวว่า ผู้ใดใช้อุบายโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายเพื่อล่วงรู้หรือติดต่อกันซึ่งเนื้อความในข่าวสาร ผู้นั้นมีความผิดต้องระวังโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือนหรือปรับไม่เกิน 500 บาทหรืออาจจะทั้งจำทั้งปรับ สรุปความเข้าใจง่ายๆก็คือหากว่าเรามีการดักฟังโทรศัพท์ของผู้อื่น โดยที่ไม่ได้รับความยินยอมและนำมาเปิดเผยอาจจะทำให้ได้รับโทษตามที่กฎหมายกำหนดซึ่งอาจจะถูกจำคุกได้นานสูงสุดถึง 6 เดือนกันเลย

2.ว่าด้วยกฎหมาย มาตราที่ 25 ผู้ใดเอาความหมายของอาณัติหรือข่าวสารโทรเลข โทรศัพท์ ทั้งหมดหรือบางส่วนในบทสนทนาไปคลายแก่บุคคลอื่นๆที่ไม่มีสิทธิ์รับรู้ ผู้นั้นมีความผิดต้องโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปีหรือปรับไม่เกิน 1,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
3.มาตรากฎหมาย 163 เป็นข้อกฎหมายที่ว่าด้วยหากผู้ใดเป็นพนักงานที่มีหน้าที่ในการไปรษณีย์โทรละเลขหรือโทรศัพท์และใช้หน้าที่ในการทำมิชอบ เช่นเปิดเผยความลับต่างๆ สู่บุคคลภายนอกจะต้องโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปีหรือปรับไม่เกิน 100,000 บาทหรืออาจจะทั้งจำทั้งปรับ
นอกจากจะเป็นเรื่องของข้อกฎหมายเกี่ยวกับการแอบฟังบทสนทนา หรือ การพูดคุย และอาจมีการนำไปเผยแพร่ให้บุคคลอื่นรับรู้จะเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายแล้วนอกจากนี้ไม่ใช่เพียงแต่กฎหมายเกี่ยวกับการดักฟังอย่างเดียว ในปัจจุบันที่มีการให้ความสำคัญกับสิทธิส่วนบุคคลหรือความเป็นส่วนตัวอย่างมากนั้นก็อาจจะทำให้เราได้รับโทษเกี่ยวกับการล่วงละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของผู้อื่นได้ด้วยทั้งนี้การใช้เครื่องดักฟังหรือบันทึกบทสนทนาต่างๆนั้น ก็ควรคำนึงถึงข้อกฎหมายเหล่านี้เป็นหลักเพื่อไม่ให้เกิดการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของคนอื่นและละเมิดข้อกฎหมายนั่นเอง

ข้อยกเว้น สำหรับกฎหมายเกี่ยวกับการใช้เครื่องดักฟัง
1.การใช้เครื่องดักฟังบันทึกบทสนทนาต่างๆ
โดยอยู่นอกเหนือจากความผิดตามที่ข้อกฎหมายระบุนั่นก็ต่อเมื่อบุคคลที่แอบฟังมีส่วนได้เสียหรือเป็นผู้ที่มีสิทธิ์สามารถดักฟังได้เช่นคู่สมรส หากภรรยามีการดักฟังสามีที่อาจจะเข้าข่ายในการมีมือที่ 3 หรือ ในกรณีที่เราแอบดักฟังผู้ไม่หวังดีที่อาจจะวางแผนในการทำร้ายหรือทำสิ่งไม่ดีกับเราซึ่งข้อกฎหมายเหล่านี้ที่กล่าวมาเกี่ยวกับการดักฟังโทรศัพท์ก็จะถูกยกเว้นเป็น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็อยู่ที่การพิจารณาของเจ้าหน้าที่อีกด้วยค่ะ
2.การใช้เครื่องดักฟัง อุปกรณ์บันทึกเสียง
แอบฟังบทสนทนาของผู้อื่นทั้งนี้ก็อาจจะสร้างความไม่สบายใจให้คนที่ถูกเราแอบฟังบทสนทนานั้นๆได้เพราะถือว่าเป็นเรื่องส่วนตัวทั้งนี้การใช้งานต่างๆก็ควรคำนึงถึงสิทธิส่วนบุคคลของคนอื่นด้วย เพื่อความสบายใจในกรณีที่ต้องการที่จะบันทึกเสียงจริงๆอาจจะแจ้งความต้องการเพื่อให้อีกฝ่ายยินยอมในการบันทึกเสียง การชี้แจงอย่างตรงไปตรงมาเพื่อความสบายใจของทั้งสองฝ่ายค่ะ
ความเห็นล่าสุด