ทำความรู้จักและเข้าใจกฎหมาย PDPA??
ในยุคปัจจุบัน ที่มีสื่อและเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า มุมมองในการดำเนินชีวิตก็มีการปรับเปลี่ยนและให้ความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องของสิทธิส่วนบุคคล หรือ ความเป็นส่วนตัวมากขึ้น การใช้เทคโนโลยีในปัจจุบันซึ่งรวมไปถึงการรวบรวมข้อมูลต่างๆ หรือใส่รายละเอียดเกี่ยวกับข้อมูลส่วนตัวที่จำเป็นต้องกรอกหรือใช้งานในหลายๆ แพลตฟอร์ม การที่บุคคลอื่นต้องการที่จะทราบเกี่ยวกับข้อมูลส่วนตัวของเราจึงทำให้สามารถหาข้อมูลต่างๆ ได้โดยง่ายเพียงปลายนิ้ว เพื่อการคุ้มครองสิทธิส่วนบุคคล จึงเป็นที่มาของการมี “กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” หรือ PDPA (Personal Data Protection Act) นั่นเองค่ะ
PDPA คืออะไร?
PDPA คือกฎหมายที่ออกมาเพื่อคุ้มครอง “ข้อมูลส่วนบุคคล” ของเรา เช่น ชื่อ-นามสกุล เบอร์โทรศัพท์ รูปถ่าย เลขบัตรประชาชน ข้อมูลส่วนตัวอื่นๆ รวมไปถึงรายละเอียดการเข้าใช้งานเว็บไซต์ต่างๆ ก็รวมอยู่ในการคุ้มครองนี้ด้วยเช่นเดียวกัน โดยกฎหมาย PDPA นี้กำหนดให้ผู้ที่เก็บ ผู้ให้บริการ ต้องได้รับ “ความยินยอม” จากเจ้าของข้อมูลก่อน และต้องใช้อย่างโปร่งใส ตรงวัตถุประสงค์ที่แจ้งไว้เท่านั้น ซึ่งหากเราสังเกตดีๆ ไม่ว่าจะเป็นใน Application ที่ใช้งานบนโทรศัพท์ หรือ บราวเซอร์บนคอมพิวเตอร์ที่เราทำงานก็อาจจะมีกรอบแจ้งเตือนเกี่ยวกับการขอความยินยอมในการเก็บข้อมูลการใช้งานต่างๆของเราเพื่อนำไปวิเคราะห์ข้อมูลในอนาคตอีกด้วยค่ะ

แล้วทำไมเราต้องรู้จัก PDPA?
ด้วยชื่อที่ฟังแล้วอาจจะไม่คุ้นชิน จึงทำให้หลายคนอาจมองว่า PDPA เป็นเรื่องขององค์กร บริษัทใหญ่ๆ ที่มีข้อมูลมากๆ หรือ ดารา นักแสดงและไอดอลที่มีความต้องการความเป็นส่วนตัวสูงในบางกรณีที่ใช้ชีวิตประจำวันและโดนแอบถ่ายที่เรามักจะพบเป็นข่าวต่างๆตามสื่อที่มีการพูดถึงกฎหมายนี้ขึ้นมา แต่อันที่จริงแล้ว ทุกคนที่ใช้ชีวิตประจำวัน รวมไปถึงในโลกออนไลน์ ที่มีการกรอกข้อมูล เปิดเผยรูป แชร์โพสต์ หรือแม้แต่สมัครสมาชิกเว็บไซต์ต่างๆ ล้วนเกี่ยวข้องกับ PDPA ทั้งสิ้น
- ในฐานะผู้ใช้: เราควรรู้สิทธิของตัวเอง เช่น สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลของเรา การขอลบข้อมูล หรือ ไม่ให้ใช้ข้อมูลเพื่อการโฆษณา ซึ่งทั้งนี้บางแพลตฟอร์มอาจจะมีการขออนุญาตในการเข้าถึงสิทธิ์รู้ข้อมูลต่างๆ ของเรารวมไปถึงการนำข้อมูลหรือภาพของเราที่มีการอัพโหลดไปใช้ฉะนั้นก่อนสมัครเว็บไซต์ หรือ เข้าใช้งานแอปต่างๆควรจะอ่านข้อตกลงให้ถี่ถ้วนก่อนกดยอมรับทุกครั้งเพื่อรักษาสิทธิ์และความเป็นส่วนตัวเกี่ยวกับข้อมูลของเรา
- ในฐานะผู้ประกอบการ: หากมีการเก็บข้อมูลลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นเพื่อการวิเคราะห์พฤติกรรมกลุ่มลูกค้าหรือนำไปเพื่อวิเคราะห์เพื่อพัฒนาธุรกิจของเราให้ตอบโจทย์กับลูกค้ามากขึ้นทั้งนี้เราก็จำเป็นที่จะ ต้องจัดการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มิฉะนั้นอาจโดนโทษปรับสูงถึงหลายล้านบาท เพราะเข้าข่ายล่วงละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของลูกค้าของเราได้นั่นเอง
ความสำคัญของกฎหมาย PDPA
กฎหมาย PDPA สร้างมาเพื่อคุ้มครอง หรือ เพื่อให้เราซึ่งเป็นเจ้าของข้อมูลมีสิทธิที่จะควบคุมข้อมูลสำคัญ ข้อมูลส่วนบุคคล รูปภาพของตัวเอง เพราะหากมีการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ในทางที่ผิดหรือนำไปใช้โดยที่เจ้าของข้อมูลไม่รับรู้อาจจะนำไปสู่การใช้ในทางที่ไม่เหมาะสมไม่ว่าจะเป็นเกี่ยวกับการแอบอ้าง การนำข้อมูลไปใช้สมัครบริการต่างๆโดยที่เจ้าของไม่รับรู้ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับเจ้าของข้อมูลตัวจริงได้ PDPA ยังมีส่วนช่วยในการสร้างมาตรฐานในการเก็บข้อมูลของหน่วยงานหรือองค์กรให้เป็นระบบมากยิ่งขึ้นเพื่อสร้างความปลอดภัยและอุ่นใจให้กับผู้ใช้งาน อีกทั้งก่อนมีการนำข้อมูลส่วนตัวของเราไปใช้ก็จะมีการแจ้งเกี่ยวกับรายละเอียดข้อมูลต่างๆที่เราได้มีการกรอกลงไปว่าอาจจะมีนำไปใช้เกี่ยวกับการใช้งานในส่วนใดบ้าง
การใช้ GPS ติดรถยนต์ / เครื่องบันทึกเสียง ต้องระวังอะไรบ้าง?
หนึ่งในเรื่องใกล้ตัวที่มักถูกมองข้าม คือการใช้ GPS ติดรถยนต์ และ เครื่องบันทึกเสียง รวมไปถึง กล้องแอบถ่าย การใช้งานอุปกรณ์เหล่านี้หากมีการใช้เพื่อเก็บภาพ เสียง หรือการติดตามโดยที่ผู้อื่นโดยไม่รู้ตัว การใช้งานไม่ถูกวิธี ไม่ได้รับความยินยอมจากผู้อื่นก่อนก็อาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย PDPA นะคะ

การใช้ GPS ติดรถยนต์
หากเป็นการติด GPS ติดรถ ที่เป็นรถยนต์ส่วนตัวของเราเอง อันนี้ถือว่าสามารถใช้งานได้ไม่เข้าข่ายผิดกฎหมายเพราะเราเป็นเจ้าของทรัพย์สินนั้นๆ ใช้งาน GPS ติดรถเพื่อติดตามตำแหน่งและเช็คพิกัดรถยนต์ สร้างความอุ่นใจและรักษาความปลอดภัยให้กับทรัพย์สิน ไม่ให้เกิดปัญหาการสูญหายนั่นเองค่ะ
แต่หากเป็นใช้ GPS ติดรถ เพื่อติดตามบุคคลอื่น หรือรถยนต์ที่เราไม่ได้เป็นเจ้าของโดยไม่ได้รับอนุญาตอาจจะเข้าข่ายละเมิดสิทธิส่วนบุคคลได้นั่นเองค่ะเมื่อติดตั้งจำเป็นต้องขออนุญาตหรือได้รับการยินยอมจากเจ้าของรถเสียก่อน แต่ถ้าหากเป็นในกรณีที่ใช้งาน GPS ติดรถกับรถยนต์ของบริษัท กิจการส่วนตัว ที่ใช้ในการดำเนินธุรกิจ กรณีนี้จำเป็นที่จะต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และระบุวัตถุประสงค์ให้ชัดเจน เช่น ใช้เพื่อความปลอดภัย หรือ บริหารจัดการงานเท่านั้น

การใช้เครื่องบันทึกเสียง/กล้องแอบถ่าย
การใช้งานเครื่องบันทึกเสียงไม่ว่าจะเป็นการบันทึกเสียงจากการบรรยายต่างๆ บทสนทนาทางโทรศัพท์ สิ่งเหล่านี้ควรจะแจ้งให้คู่สนทนาหรือผู้บรรยายทราบก่อนที่จะทำการบันทึกเสียง เพื่อให้รับทราบและแสดงถึงความโปร่งใส สร้างความสบายใจให้ทั้งสองฝ่าย เพราะบทสนทนาพูดคุยทางโทรศัพท์ หรือการพูดคุยกับบุคคลอื่นทั่วไปในบางคำพูด บางเรื่อง คู่สนทนาของเราก็อาจจะไม่ได้ต้องการให้ผู้อื่นได้ยินหรือรับรู้รับทราบเรื่องนี้ด้วยนั่นเองค่ะ
การใช้งานกล้องแอบถ่าย ติดตั้งตามในจุดต่างๆที่เป็นพื้นที่ส่วนตัวของเรา อาจจะเป็นในบริเวณบ้านของเราเองเพื่อสอดส่องพฤติกรรมคนงาน หรือสมาชิกในครอบครัว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุอันตรายหรือทรัพย์สินสูญหาย หากเราใช้งานในพื้นที่ส่วนตัวสามารถใช้งานได้เพราะถือว่าเป็นการรักษาความปลอดภัยและรักษาจิตของตัวเอง แต่ถ้าหากไปติดตั้งในพื้นที่สาธารณะ แอบติดตั้งในพื้นที่หรือบ้านของคนอื่น อันนี้จะเข้าข่ายละเมิดสิทธิส่วนบุคคลอย่างแน่นอนเว้นเสียแต่ว่าเรามีการแจ้งวัตถุประสงค์ในการติดตั้งอุปกรณ์เหล่านี้ให้กับเจ้าของพื้นที่ได้รับรู้รับทราบแล้วและได้รับการอนุญาตอย่างถูกต้องเท่านั้น

PDPA ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่เป็นกฎหมายที่ออกมาเพื่อ คุ้มครองสิทธิและความเป็นส่วนตัวของเรา ในยุคที่ข้อมูลคือทรัพย์สินที่มีค่า การเข้าใจ PDPA รวมถึงการใช้เทคโนโลยีต่างๆ อย่างถูกวิธี เช่น GPS ติดรถ เครื่องบันทึกเสียง กล้องแอบถ่าย ควรใช้งานให้ถูกวิธีการใช้อุปกรณ์เหล่านี้เพื่อรักษาความปลอดภัยของทรัพย์สิน และดูแลความเรียบร้อยในพื้นที่ของเรา นั้นไม่ใช่เรื่องผิด แต่หากมีการติดตั้งหรือใช้งานในบริเวณที่อาจจะมีผู้อื่นอยู่ด้วย พื้นที่สาธารณะ พื้นที่ส่วนรวมต่างๆ ก็ควรพิจารณาและเข้าใจกฎหมาย PDPA อย่างถี่ถ้วน เพื่อหลีกเลี่ยงในการทำผิดกฎหมาย และ ยังเป็นการให้เกียรติ เคารพสิทธิส่วนบุคคลของผู้อื่นอีกด้วย
ความเห็นล่าสุด