เครื่องดักฟังหรือเครื่องบันทึกเสียงที่ใช้งานในปัจจุบันจะมี ความสามารถในการจับเสียงแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับรุ่น คุณภาพตัวสินค้า หรือแม้แต่การตั้งค่าในตัวเครื่อง  โดยเทคโนโลยีในการตรวจจับเสียงจะมีลักษณะดังนี้

     1 ไมโครโฟนรับเสียง 

          1.1จะมีหน้าที่ในการแปลงคลื่นสัญญาณเสียงซึ่งเป็นการสั่นสะเทือนของอากาศ ให้เป็นสัญญาณไฟฟ้า

          1.2 เมื่อคืนเสียงมากระทบกับอุปกรณ์ไดอะเฟรมภายในไมโครโฟน จะมีการสั่นสะเทือนและแปลงเป็นสัญญาณไฟฟ้า มีความแรงและความถี่สอดคล้องกับลักษณะของคลื่นเสียงเดิมที่อุปกรณ์มีการรับเสียง

     2 ขยายสัญญาณไฟฟ้า

          2.1 สัญญาณไฟฟ้าที่ได้จากไมโครโฟนจะมีขนาดเล็ก จะมีวงจรขยายเสียงเพื่อเพิ่มความแรงของสัญญาณเพื่อให้เพียงพอกับการประมวลผลเพื่อการบันทึกต่อไป

     3. การแปลงสัญญาณ

          3.1 เครื่องบันทึกเสียงในปัจจุบันส่วนใหญ่ จะถูกแปลงเป็นสัญญาณดิจิตอลเพื่อให้หน่วยความจำสามารถจัดเก็บและประมวลผลได้

          3.2 คุณภาพของการแปลงสัญญาณจะขึ้นอยู่กับ การสุ่มสัญญาณอนาล็อกเพื่อสร้างค่าดิจิตอล หรือจำนวนบิตที่ใช้การตั้งค่าการรับเสียง  โดยในส่วนนี้จะอยู่ในคุณสมบัติของเครื่องดักฟังบางรุ่น ที่เป็นรูปแบบดิจิตอล ที่จะสามารถตั้งค่าได้ว่าเราต้องการให้รับเสียงได้ในระดับความดังเท่าไหร่ (หน่วยวัดคือเดซิเบล dB)

     4. การบันทึกและจัดเก็บ

          4.1 รูปแบบหน่วยความจำ ซึ่งจะถูกเก็บไว้ในหน่วยความจำของเครื่องบันทึกโดยตรง หรือจากการ์ดหน่วยความจำที่มีการใส่เข้าไปในอุปกรณ์

          4.2 รูปแบบไฟล์เสียงซึ่งเก็บไว้ในไฟล์เสียงเช่น MP3 WAV AAC เป็นต้น ซึ่งไฟล์แต่ละรูปแบบก็มีคุณภาพในการบีบอัดข้อมูลและเสียงที่ต่างกัน

     5. การควบคุมระดับเสียง

          5.1 ในเครื่องบันทึกเสียงหรือเครื่องดักฟังรุ่นใหม่จะมีระบบปรับระดับความไวของไมโครโฟน เพื่อให้ได้เสียงที่สม่ำเสมอ ไม่ดังหรือเบาจนเกินไป รวมถึงบางรุ่นยังมีฟังก์ชันตัดเสียงรบกวนอีกด้วย

          5.2 สำหรับเครื่องบันทึกเสียง สำหรับผู้ใช้มืออาชีพ จะสามารถปรับความไวของไมโครโฟนตามต้องการเพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานและ

สภาพแวดล้อม 

จากข้อมูลเบื้องต้นจะเห็นได้ว่า ในการตรวจจับเสียงหรือบันทึกเสียงของเครื่องดักฟังหรือเครื่องบันทึกเสียงในปัจจุบัน จะมีตัวแปรหลักในการตรวจจับเสียงไม่ว่าจะเป็นความดังของเสียง สภาพแวดล้อมในพื้นที่ การตั้งค่าเพื่อการรับเสียงของอุปกรณ์ หรือแม้แต่คุณภาพและรูปแบบการใช้งานของอุปกรณ์ โดยปัจจัยหลักที่มีผลต่อการตรวจจับเสียงจะมีดังนี้

  • ความไวของไมโครโฟน ซึ่งจะมีรูปแบบการรับเสียงที่ต่างกัน เช่นรับเสียงแบบรอบทิศทางหรือรับเสียงเฉพาะได้ ซึ่งจะมีผลต่อการตรวจจับเสียงจากทิศทางต่างๆด้วย
  • ช่วงความถี่ที่ตอบสนอง โดยไมโครโฟนแต่ละชนิดมีความตอบสนองต่อความถี่เสียงที่ต่างกันซึ่งอาจเน้นในการรับเสียงที่ต่างกันด้วย เช่นการเน้นใช้งานการรับเสียงในช่วงความถี่สูงหรือความถี่ต่ำ เป็นต้น
  • สัญญารบกวน จะมีผลกับการบันทึกเสียงมากถ้าในสภาพแวดล้อมโดยรอบมีสัญญาณรบกวน และเสียงบันทึกจะมีความชัดเจนและมีประสิทธิภาพถ้ามีเสียงรบกวนน้อย
  • สภาพแวดล้อม เสียงรบกวนรอบข้าง แหล่งกำเนิดเสียง ระดับเสียงหลัก รวมถึงการเกิดความสะท้อนในพื้นที่สภาพแวดล้อมที่บันทึก เหล่านี้จะส่งผลต่อคุณภาพในการบันทึกเสียง

          สรุปแล้วการทำงานของเครื่องบันทึกเสียงหรือเครื่องดักฟัง หลักๆเลยจะเป็นการตรวจจับเสียงโดยแปลงคลื่นสัญญาณไฟฟ้า ให้เป็นรูปแบบดิจิทัล และบันทึกลงในอุปกรณ์ หรือการ์ดหน่วยความจำ โดยจะมีปัจจัยที่เป็นตัวแปรต่อประสิทธิภาพในการบันทึกเสียงไม่ว่าจะเป็นโดยสิ่งแวดล้อมรอบข้าง หรือแม้แต่โดยตัวอุปกรณ์เอง 

         ดังนั้นในการเลือกใช้อุปกรณ์เครื่องบันทึกเสียงหรือเครื่องดับฟัง ควรตรวจสอบในส่วนของสถานที่ใช้งานที่ต้องการจะติดตั้ง ศึกษาลักษณะรูปแบบการใช้งาน และศึกษาตัวสินค้าที่เหมาะสมกับการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นฟังก์ชันเสริม คุณภาพตัวสินค้า ลักษณะการใช้งาน เพื่อให้มั่นใจว่าอุปกรณ์ที่นำมาใช้มีประสิทธิภาพมากพอ ให้เหมาะสมกับการใช้งานที่ตัวเองต้องการอย่างที่สุด