ในปัจจุบันสังเกตได้อย่างชัดเจนเลยว่าเรามีการหันมาให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวหรือสิทธิส่วนบุคคลมากขึ้น ไม่ใช่แค่การเผยแพร่ข้อมูลส่วนตัวแต่ทั้งนี้ยังครอบคลุมถึงการโดนติดตามด้วย ความกังวลเหล่านี้จึงส่งผลให้เครื่องตรวจจับ GPS กลายเป็นหนึ่งอุปกรณ์ที่เป็นบัดดี้คนสำคัญช่วยเสริมความปลอดภัยให้กับเราได้อย่างดีเยี่ยม เพราะเจ้าอุปกรณ์นี้มีความสามารถทั้งสามารถตรวจจับ GPS ติดรถยนต์ เครื่องดักฟัง รวมไปถึงกล้องจิ๋ว กล้องืั้อาจถูกซ่อนในที่ต่างๆ ที่อาจจะถูกติดมาบนรถ หรือ ในห้องที่เราเข้าพักได้อย่างง่ายๆ 

ว่าแต่การทำงานของเจ้าเครื่องตรวจจับสัญญาณ GPS นี้ ทำงานอย่างไรและข้อแตกต่างระหว่าง เครื่องตรวจจับ GPS 2 รุ่นนี้มีอะไรบ้างมาดูเปรียบเทียบกันชัดๆและทำความรู้จักกับเครื่องตรวจจับสัญญาณ GPS กันค่ะ


เครื่องตรวจจับสัญญาณ GPS คืออะไร ทำงานอย่างไร

เครื่องตรวจจับสัญญาณ GPS คืออุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ตรวจหาคลื่นความถี่วิทยุ ที่ปล่อยออกมาจากอุปกรณ์ติดตามตำแหน่ง (GPS Tracker) ที่อาจถูกติดซ่อนไว้ในรถ หรือ ทรัพย์สินของเราโดยไม่รู้ตัว ซึ่งตัวเครื่องจะไม่ได้เข้าไปรบกวน / ขัดขวางสัญญาณใด ๆ เพียงแค่ “ตรวจจับและแจ้งเตือน” ให้เรารู้ว่ามีสัญญาณผิดปกติอยู่บริเวณนั้น ทำให้ง่านต่อการค้นหานั่นเองค่ะ

หลักการทำงานของเครื่องตรวจจับสัญญาณ GPS

เครื่องตรวจจับสัญญาณ GPS จะสแกนคลื่นความถี่ในย่านที่อุปกรณ์ติดตามและอุปกรณ์สื่อสารไร้สายมักใช้งาน เมื่อพบสัญญาณที่มีความเข้มข้นผิดปกติ ตัวเครื่องจะส่งเสียงเตือนหรือไฟกะพริบ เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเดินหาตำแหน่งของอุปกรณ์ต้นตอได้ ถือเป็นการใช้งานเชิงป้องกันตัว (Defensive) ไม่ใช่การรบกวนระบบใด ๆ


เครื่องตรวจจับสัญญาณ GPS ทำได้มากกว่าที่คิด ไม่ใช่แค่หา GPS ติดรถ

แค่ชื่ออุปกรณ์ก็อาจจะทำให้ทุกคนคิดว่าจริงๆ แล้วหลักๆ ฟังก์ชันการทำงานนั้นมีไว้เพื่อตรวจหา GPS ติดรถยนต์ เพื่อป้องกันโดนติดตามเท่านั้น แต่จริงๆแล้วคือ เครื่องตรวจจับสัญญาณ GPS นั้นสามารถทำงานได้แบบ 3 in 1 เลยค่ะ คือ สามารถตรวจจับสัญญาณจากอุปกรณ์อื่น ๆ ที่อาศัยคลื่นความถี่วิทยุในการส่งข้อมูลได้ด้วย ซื้อเครื่องเดียวครบจบตรวจหาได้ทั้ง ตรวจจับสัญญาณ GPS ติดรถยนต์ / เครื่องดักฟัง / กล้องจิ๋ว กล้องแอบถ่าย

หาเครื่องดักฟัง 

  • เครื่องดักฟัง หลักการทำงานของตัวเครื่องคือการส่งสัญญาณเสียงผ่านคลื่นวิทยุไปที่เครื่องรับปลายทาง เครื่องตรวจจับสัญญาณ ของเรานั้นมีฟังก์ชันครอบคลุมย่านความถี่กว้าง จึงทำให้ตรวจจับความผิดปกติของคลื่นเหล่านี้ได้ด้วย จึงสามารถนำมาใช้งานในการตรวจหาเครื่องดักฟังได้ค่ะ

หากล้องแอบถ่าย กล้องจิ๋ว 

  • กล้องแอบถ่าย ส่วนใหญ่จำเป็นต้องส่งสัญญาณภาพผ่าน Wi-Fi หรือบางรุ่นก็อาจจะเป็นคลื่นวิทยุ ซึ่งส่วนนี้เองเครื่องตรวจจับสัญญาณของเราที่มาพร้อมโหมดสแกนหาเลนส์กล้อง (Infrared/Lens Detection) ควบคู่กับการตรวจจับคลื่นความถี่ จึงช่วยให้สามารถหากล้องจิ๋วที่อาจจะถูกแอบซ่อนในมุมต่างๆเพื่อช่วยคุณรักษาความปลอดภัยเซฟความเป็นส่วนตัวได้เป็นอย่างดี 

เลือกอะไรดี เครื่องตรวจจับสัญญาณ GPS CK 18 vs CK 19

เครื่องตรวจจับสัญญาณ GPS ทั้ง 2 รุ่นนี้นั้นจริงๆแล้วฟังก์ชันการทำงานของเจ้าอุปกรณ์ 2 รุ่นนี้มีความคล้ายกันอย่างมากสามารถทำงานได้แบบ 3 in 1 ทั้ง 2 รุ่นนั่นก็คือสามารถใช้ตรวจหาสัญญาณ GPS ติดรถยนต์ได้ ใช้ตรวจหาเครื่องดักฟังและกล้องจิ๋ว หรือ กล้องแอบถ่ายก็ได้เช่นกัน ข้อแตกต่างหลักๆ อาจจะไม่ใช่ในส่วนของฟังก์ชันการใช้งานแต่เป็นในส่วนของดีไซน์ที่มีการปรับให้เหมาะแก่การพกพามากขึ้นรวมถึงน้ำหนักและจอแสดงผลที่ทำให้ผู้ใช้อย่างเราสามารถใช้งานได้ง่ายขึ้นนั่นเอง ซึ่งเครื่องตรวจจับสัญญาณ CK 19 ในฟังก์ชันต่างๆ ในส่วนของการตรวจจับทำได้เหมือนกับรุ่น CK 18 แทบ 100% แต่ส่วนที่เพิ่มเข้ามานั้นมีดังนี้ค่ะ

หน้าจอ LED แสดงผล

  • เครื่องตรวจจับสัญญาณ GPS CK 19 มีการอัพเดท เพิ่มในส่วนของหน้าจอแสดงผล LED เข้ามาทำให้ในการปรับโหมดการใช้งาน การค้นหาต่างๆ สะดวกต่อผู้ใช้อย่างเรามากขึ้น เพราะแค่กดปุ่มเบาๆหน้าจอก็แสดงผลมาแล้วว่าขณะนี้เรากำลังเลือกใช้งานโหมดไหนอยู่อีกทั้งยังง่ายต่อการเช็คเกี่ยวกับเปอร์เซ็นต์แบตเตอรี่ต่างๆ ช่วยให้ใช้งานสะดวกยิ่งขึ้น

ดีไซน์และน้ำหนักที่กะทัดรัดขึ้น

  • เครื่องตรวจจับสัญญาณ CK 19 มีการปรับดีไซน์ให้มีความกระทัดรัดต่อการใช้งานมากกว่า CK 18 อีกทั้งในส่วนของการตรวจหาคลื่นสัญญาณแม่เหล็กก็ไม่จำเป็นต้องต่อเสาสัญญาณเพิ่มเหมือนเครื่องรุ่นพี่อย่าง CK 18 ด้วยค่ะ ซึ่งทำให้ผู้ใช้อย่างเราไม่ต้องคอยพบอุปกรณ์เสริมให้ยุ่งยากนอกจากนี้แล้วตัวเครื่องก็มีการออกแบบให้มีขนาดเล็กลงและน้ำหนักที่เบามากขึ้นสามารถหยิบจับไปใช้งานในสถานการณ์ต่างๆ ได้สะดวกยิ่งขึ้น

ข้อที่แตกต่างกันที่ส่งผลต่อการใช้งานนั่นก็คือเรื่องของจำนวนแบตเตอรี่ซึ่ง CK 18 มีความจุแบตเตอรี่ที่มากกว่าระยะเวลาในการสแตนบายใช้งานจึงมากกว่ารุ่น CK 19 แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ใช้ ว่าต้องการเครื่องที่แบตเตอรี่อึดใช้งานได้ยาวนานต่อเนื่องหรือต้องการเครื่องที่ใช้งานได้สะดวกสบายมากกว่ากันนั่นเองค่ะ 


  • เลือก CK 19 หากต้องการเครื่องที่พกง่าย น้ำหนักเบา ใช้งานสะดวก และอยากเห็นโหมดกับระดับแบตเตอรี่บนหน้าจอชัดเจน
  • เลือก CK 18 หากให้ความสำคัญกับแบตเตอรี่ที่อึดและใช้งานต่อเนื่องได้นานกว่า

ทั้งสองรุ่นช่วยให้คุณตรวจสอบรถ ห้องพัก และทรัพย์สินเพื่อเพิ่มความอุ่นใจเรื่องความเป็นส่วนตัวได้ ขึ้นอยู่กับว่าคุณให้น้ำหนักกับความสะดวกสบายหรือความอึดของแบตเตอรี่มากกว่ากัน หากยังมีข้อสงสัยหรือต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถทักเข้ามาพูดคุยกับ Procam7 ได้เลยค่ะ เราพร้อมให้คำแนะนำ เพราะความส่วนตัวของคุณสำคัญที่สุด ฉะนั้นแล้วอย่าลืมเลือกอุปกรณ์ที่ไว้ใจได้เป็นคู่หูในการช่วยรักษาความเป็นส่วนตัวให้กับตัวเองนะคะ