
การติดตั้ง GPS ติดรถ หรือ GPS ติดรถยนต์ กลายเป็นเรื่องปกติของเจ้าของรถยุคใหม่อย่างเรา ๆ นิยมใช้งานกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นรถส่วนตัว รถขนส่ง หรือรถของบริษัท เพราะการใช้งาน GPS ติดรถยนต์นั้นช่วยให้รู้ตำแหน่งรถแบบเรียลไทม์ เพิ่มความอุ่นใจ และเป็นเครื่องมือสำคัญในการป้องกันการโจรกรรม อีกทั้งยังสามารถเชื่อมต่อกับ App บนมือถือได้ทำให้วิธีการใช้งานสะดวกสบายมากขึ้นเป็น แต่ปัญหาที่ผู้ใช้งานหลายคนเจอบ่อยที่สุดคือ อาการพิกัดไม่ตรง หลุดตำแหน่ง หรือแสดงผลผิดพลาด จริงๆแล้ว GPS ติดรถยนต์นั้นมีวิธีการทำงานอย่างไรและปัญหาที่ตำแหน่งไม่ตรงสาเหตุมาจากอะไรกันแน่วันนี้มาทำความเข้าใจไปพร้อมกันค่ะ
ทำความเข้าใจวิธีการทำงานเบื้องต้นของ GPS ติดรถยนต์
GPS ติดรถยนต์ ทำงานโดยอาศัยการรับสัญญาณจากดาวเทียมที่โคจรอยู่รอบโลก ซึ่งเจ้าตัวเครื่อง GPS ติดรถจะคำนวณตำแหน่งของตัวเองโดยวัดระยะเวลาที่สัญญาณเดินทางจากดาวเทียมแต่ละดวงมาถึงตัวรับสัญญาณ ยิ่งรับสัญญาณจากดาวเทียมได้หลายดวงเท่าไร ค่าพิกัดที่คำนวณได้ก็จะยิ่งแม่นยำมากขึ้นเท่านั้นนั่นเองค่ะ โดยทั่วไปต้องรับสัญญาณจากดาวเทียมอย่างน้อย 4 ดวงขึ้นไปจึงจะคำนวณตำแหน่งได้อย่างแม่นยำทั้งพิกัดแนวราบและความสูง หลังจากคำนวณพิกัดได้แล้ว ตัวเครื่อง GPS ติดรถจะส่งข้อมูลตำแหน่งผ่านเครือข่ายมือถือนั่นก็คือในส่วนของซิมการ์ดที่เรามีการเติม package internet เข้าไปและใส่ไว้ในตัว GPS นั่นเอง โดยจะส่งข้อมูลส่วนนี้ไปยังเซิร์ฟเวอร์ของผู้ให้บริการ จากนั้นข้อมูลจะถูกแสดงผลผ่านแอปให้ผู้ใช้งานตรวจสอบตำแหน่งรถได้แบบเรียลไทม์
ดังนั้นการทำงานของ GPS ติดรถจึงต้องพึ่งพาสององค์ประกอบหลักไปพร้อมกัน คือ สัญญาณดาวเทียมสำหรับระบุตำแหน่ง และสัญญาณเครือข่ายมือถือสำหรับส่งข้อมูลออกมาให้ผู้ใช้เห็น
ข้อดีของการติดตั้ง GPS ติดรถยนต์
การติดตั้ง GPS ติดรถยนต์ไม่ได้มีประโยชน์แค่การรู้ว่ารถอยู่ไหน แต่ยังส่งผลดีในหลายด้านซึ่งช่วยเพิ่มความปลอดภัยและอุ่นใจให้กับเจ้าอย่างเรา
1.ช่วยป้องกันและติดตามกรณีรถหาย เพราะหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด เจ้าของรถสามารถตรวจสอบตำแหน่งล่าสุดของรถได้ทันทีผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือ และแจ้งตำแหน่งดังกล่าวให้เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้ในการติดตามได้อย่างรวดเร็ว ลดโอกาสที่รถจะสูญหายอย่างถาวร
2.ช่วยตรวจสอบพฤติกรรมการขับขี่ โดยเฉพาะกับครอบครัวที่มีบุตรหลานเพิ่งเริ่มขับรถ หรือธุรกิจที่มีรถขนส่งจำนวนมาก ระบบ GPS สามารถบันทึกความเร็ว เส้นทางที่ใช้ และพฤติกรรมการขับขี่ที่เสี่ยงอันตราย เช่น การเบรกกะทันหันหรือขับเร็วเกินกำหนด ทำให้สามารถกำกับดูแลและปรับพฤติกรรมการขับขี่ให้ปลอดภัยยิ่งขึ้นได้
3.ช่วยบริหารจัดการต้นทุนสำหรับธุรกิจขนส่งหรือรถบริษัท เพราะสามารถวางแผนเส้นทางที่มีประสิทธิภาพ ลดระยะทางที่ไม่จำเป็น และตรวจสอบการใช้งานรถให้ตรงตามวัตถุประสงค์ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการประหยัดค่าน้ำมันและค่าซ่อมบำรุงในระยะยาว
4.ช่วยในกรณีฉุกเฉิน เช่น อุบัติเหตุหรือเหตุด่วนบนท้องถนน เจ้าของรถหรือคนในครอบครัวสามารถทราบตำแหน่งที่แน่ชัดของรถได้ทันที ทำให้การประสานงานขอความช่วยเหลือทำได้รวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น ลดความเสี่ยงที่จะเกิดความล่าช้าในสถานการณ์ที่ต้องแข่งกับเวลา
5.สร้างความอุ่นใจในระยะยาว การรู้ว่าสามารถตรวจสอบตำแหน่งรถได้ตลอดเวลา ช่วยลดความกังวลเมื่อให้คนในครอบครัวยืมรถไปใช้งาน หรือเมื่อจอดรถทิ้งไว้ในที่สาธารณะเป็นเวลานาน
สาเหตุที่ทำให้ GPS ติดรถแสดงตำแหน่งไม่ตรง
แม้ระบบ GPS จะมีความแม่นยำสูง แต่ในการใช้งานจริงก็มีหลายปัจจัยที่อาจทำให้พิกัดที่แสดงผลคลาดเคลื่อนจากตำแหน่งจริงได้ ซึ่งควรทำความเข้าใจสาเหตุเหล่านี้เพื่อรับมือได้อย่างถูกต้อง
1.การติดตั้งอุปกรณ์ในตำแหน่งที่บดบังสัญญาณดาวเทียม เช่น ติดตั้งไว้ใต้แผงหน้าปัดที่มีโลหะหุ้มหนา หรือซ่อนไว้ในจุดที่มีวัสดุโลหะรอบด้าน เนื่องจากสัญญาณดาวเทียมเป็นคลื่นความถี่สูงที่ถูกบดบังหรือสะท้อนได้ง่ายเมื่อเจอกับพื้นผิวโลหะ ทำให้ตัวรับสัญญาณ GPS ไม่สามารถจับสัญญาณจากดาวเทียมได้เพียงพอ
2.การขับรถในพื้นที่อับสัญญาณ เช่น อุโมงค์ ใต้สะพานขนาดใหญ่ อาคารจอดรถใต้ดิน หรือย่านตึกสูงหนาแน่นในเมืองใหญ่ ซึ่งสิ่งปลูกสร้างเหล่านี้จะบดบังหรือสะท้อนสัญญาณดาวเทียม ทำให้เครื่อง GPS คำนวณตำแหน่งผิดพลาดชั่วคราว หรือแสดงผลค้างที่ตำแหน่งสุดท้ายก่อนเข้าพื้นที่อับสัญญาณ
3.คือสภาพอากาศที่แปรปรวน เช่น เมฆหนา พายุฝนฟ้าคะนอง หรือสภาพบรรยากาศที่มีการรบกวนสัญญาณสูง แม้ผลกระทบนี้จะไม่รุนแรงเท่าสิ่งปลูกสร้าง แต่ก็สามารถทำให้ความแม่นยำของพิกัดลดลงได้เล็กน้อยในบางช่วงเวลา
4.คือสัญญาณเครือข่ายมือถือของซิมการ์ดในตัวเครื่อง GPS ไม่เสถียร เพราะอย่างที่กล่าวไปแล้วว่า GPS ติดรถต้องส่งข้อมูลผ่านเครือข่ายมือถือไปยังเซิร์ฟเวอร์ หากพื้นที่นั้นสัญญาณมือถืออ่อนหรือไม่มีสัญญาณเลย ข้อมูลตำแหน่งจะไม่ถูกอัปเดตแบบเรียลไทม์ ทำให้ผู้ใช้งานเห็นตำแหน่งค้างอยู่ที่จุดเดิมทั้งที่รถเคลื่อนที่ไปแล้ว
5.คือคุณภาพของตัวเครื่องและเสาอากาศรับสัญญาณ อุปกรณ์ GPS ติดรถ ราคาประหยัดหรือคุณภาพต่ำ มักใช้ชิปรับสัญญาณดาวเทียมที่มีความไวต่ำ หรือเสาอากาศขนาดเล็กที่ไม่สามารถรับสัญญาณได้ดีเท่าที่ควร ส่งผลให้ค่าพิกัดที่คำนวณได้มีความคลาดเคลื่อนสูงกว่าปกติ
6.คือการตั้งค่าระยะเวลาส่งข้อมูล ที่ห่างเกินไป อุปกรณ์ GPS บางรุ่นสามารถตั้งค่าความถี่ในการส่งข้อมูลตำแหน่งได้ หากตั้งค่าให้ส่งข้อมูลทุก 5-10 นาทีเพื่อประหยัดพลังงานหรือค่าบริการเครือข่าย ก็จะทำให้ตำแหน่งที่แสดงผลดูเหมือนไม่ตรงกับตำแหน่งจริงในขณะนั้น ทั้งที่จริงแล้วเป็นเพียงข้อมูลที่ยังไม่ได้อัปเดตล่าสุดเท่านั้น

วิธีป้องกันและแก้ไขปัญหา GPS ติดรถยนต์ พิกัดไม่แม่นยำ
1.ควรเลือกติดตั้งอุปกรณ์ในตำแหน่งที่โล่งและไม่มีวัสดุโลหะบดบังเสาอากาศ เช่น บริเวณใต้คอนโซลหน้ารถที่เป็นพลาสติก หรือใกล้กระจกหน้ารถ เพราะกระจกไม่บดบังสัญญาณดาวเทียมเหมือนโลหะ และควรหลีกเลี่ยงการซ่อนอุปกรณ์ไว้ในกล่องโลหะหรือใต้เบาะที่มีโครงเหล็กหนาทึบ
2.หากเป็นมือใหม่ควรปรึกษาทางร้าน ในส่วนของบริการหลังการขายเพื่อให้มีทีมงานแนะนำหรือให้ช่วยเลือกตำแหน่งที่เหมาะสมในการติดตั้ง
3.หากทราบล่วงหน้าว่าต้องขับผ่านพื้นที่อับสัญญาณเป็นประจำ เช่น อุโมงค์หรืออาคารจอดรถใต้ดิน ควรทำความเข้าใจว่าตำแหน่งที่แสดงผลอาจค้างชั่วคราวเป็นเรื่องปกติของเทคโนโลยี ไม่ใช่ความผิดปกติของอุปกรณ์ และตำแหน่งจะกลับมาถูกต้องเองเมื่อรถออกจากพื้นที่อับสัญญาณแล้ว
4.ควรเลือกซื้ออุปกรณ์ GPS จากแบรนด์ที่มีคุณภาพและได้รับมาตรฐานที่เชื่อถือได้ แทนที่จะเลือกจากราคาถูกที่สุดเพียงอย่างเดียว เพราะคุณภาพของชิปรับสัญญาณและเสาอากาศมีผลโดยตรงต่อความแม่นยำในระยะยาว และควรตรวจสอบรีวิวการใช้งานจริงจากผู้ใช้ท่านอื่นก่อนตัดสินใจซื้อ
5.ควรตรวจสอบและปรับตั้งค่าความถี่ในการส่งข้อมูลตำแหน่งให้เหมาะสมกับการใช้งาน หากต้องการความแม่นยำแบบเรียลไทม์สูงสุด ควรตั้งค่าให้ส่งข้อมูลทุก 10-30 วินาที แต่หากต้องการประหยัดพลังงานและค่าบริการเครือข่ายเป็นหลัก ก็สามารถปรับให้ห่างขึ้นได้ตามความเหมาะสม โดยเข้าใจว่าจะแลกมากับความหน่วงของข้อมูลที่มากขึ้น
6.ควรหมั่นตรวจสอบสถานะสัญญาณเครือข่ายของซิมการ์ดในตัวเครื่อง GPS อย่างสม่ำเสมอ หากพบว่าสัญญาณอ่อนบ่อยครั้งในบริเวณที่ใช้งานประจำ ทั้งนี้ควรเลือกเครือข่ายที่มีสัญญาณแรงและเสถียรเพื่อให้การใช้งาน GPS ติดรถของเรานั้นราบรื่นอีกทั้งสำหรับแพ็คเกจอินเตอร์เน็ตและความเร็วก็ควรเลือกให้เหมาะสมกับการใช้งานควบคู่กับ GPS นอกจากนี้หากต้องการความคุ้มค่าในระยะยาวหรือป้องกันปัญหาลืมเติมเน็ตก็อาจจะเลือกใช้เป็น internet แบบรายปีที่จ่ายคัดเลือกจบสามารถใช้อินเตอร์เน็ตได้ยาวต่อเนื่องไม่ต้องกังวลเรื่องเน็ตหมดนั่นเอง
7.ควรอัปเดตซอฟต์แวร์หรือเฟิร์มแวร์ของอุปกรณ์ GPS และแอปพลิเคชันที่ใช้ตรวจสอบตำแหน่งให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดอยู่เสมอ การใช้เวอร์ชันเก่าอาจทำให้พลาดการปรับปรุงเหล่านี้ไปโดยไม่รู้ตัว
GPS ติดรถยนต์ เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและความอุ่นใจให้กับเจ้าของรถได้อย่างมาก ทั้งในแง่การป้องกันรถหาย การตรวจสอบพฤติกรรมการขับขี่ และการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน แต่เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดจากอุปกรณ์นี้ จำเป็นต้องเข้าใจปัจจัยที่ส่งผลต่อความแม่นยำของพิกัด ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งการติดตั้ง คุณภาพของสัญญาณเครือข่าย หรือสภาพแวดล้อมขณะใช้งาน เมื่อรู้จักสาเหตุและวิธีป้องกันแก้ไขที่ถูกต้องแล้ว ก็จะสามารถใช้งาน GPS ติดรถยนต์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและวางใจได้ในทุกการเดินทาง
ความเห็นล่าสุด