
ปัจจุบัน GPS ติดรถยนต์ กลายเป็นอุปกรณ์ที่เจ้าของรถส่วนใหญ่นิยมเลือกใช้งานเพื่อเพิ่มความอุ่นใจให้กับรถยนต์ที่ใช้งานทั้งนี้มีการใช้งานทั้งแบบรถส่วนบุคคลและรถบริษัท ไม่ว่าจะเพื่อป้องกันรถหาย ตรวจสอบตำแหน่งรถ หรือ ดูพฤติกรรมการใช้งานรถ ซึ่งเจ้าฟังก์ชันเหล่านี้ก็ช่วยสร้างความสบายใจ ในปัจจุบันนั้นมี GPS ติดรถ ทั้งรูปแบบที่มีแบตเตอรี่ในตัวและ GPS ติดรถพ่วงแบตที่ไม่จำเป็นต้องถอดมาชาร์จสามารถใช้งานโดยต่อตรงเข้ากับตัวรถยนต์ของเราได้เลยแต่ทั้งนี้ก็คงอดสงสัยกันไม่ได้ใช่ไหมคะว่าจริงๆแล้ว “GPS ติดรถพ่วงแบต กินไฟไหม และทำให้แบตรถเสื่อมไวจริงหรือไม่?”
GPS ติดรถพ่วงแบต คืออะไร และทำงานอย่างไร
GPS ติดรถพ่วงแบต คือ อุปกรณ์ติดตามตำแหน่งที่ต่อไฟตรงจากแบตเตอรี่รถยนต์ เพื่อให้อุปกรณ์ทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง แม้ในขณะที่ดับเครื่องยนต์ ระบบจะยังคงสามารถ ซึ่งข้อดีของการใช้งาน GPS พ่วงแบตนั่นก็ คือไม่ต้องกังวลเรื่องแบตเตอรี่หมดกะทันหันทำให้การตรวจสอบจุดที่ใช้เดินทางหรือติดตามตำแหน่งรถยนต์ของเราขาดหายไปนั่นเองแต่ในส่วนของการติดตั้งอาจจะมีความยุ่งยากมากกว่าแบบที่สามารถติดตั้งไร้สายแล้วก็มีแบตเตอรี่ในตัวเพื่อใช้งานได้ แต่ทั้งนี้หลักๆแล้วการทำงานของเจ้าตัว GPS ติดรถแบบพ่วงแบตก็ยังสามารถที่จะทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพทั้ง
- ส่งตำแหน่งรถแบบเรียลไทม์
- แจ้งเตือนเมื่อรถถูกเคลื่อนย้าย
- บันทึกประวัติการเดินทาง ซึ่งสามารถดูย้อนหลังได้ถึง 6 เดือน
- แจ้งเตือนผ่านแอปบนมือถือ
GPS ติดรถกินไฟจากแบตรถมากแค่ไหน
ในทางเทคนิค GPS ติดรถพ่วงแบต นั้น จริงๆแล้วเจ้าอุปกรณ์ตัวนี้จะใช้ไฟน้อยมาก เมื่อเทียบกับ อุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นภายในรถ เช่น กล้องติดรถยนต์ หรือ เครื่องเสียง ที่มีการติดตั้งเพิ่มเติมภายในรถยนต์ของเรา ซึ่งจริงๆแล้วโดยเฉลี่ย GPS จะใช้พลังงานเพียงเล็กน้อยในระดับที่ไม่ส่งผลต่อแบตรถ หาก เรามีการใช้งานรถอย่างเป็นประจำอยู่แล้ว อีกทั้งหากในส่วนของตัวอุปกรณ์มีการตรวจเช็คอย่างสม่ำเสมอแบตเตอรี่อยู่ในสภาพสมบูรณ์อุปกรณ์ไม่ได้ชำรุดในส่วนนี้ก็ไม่ได้เป็นการกินไฟเยอะอย่างแน่นอนอีกทั้งใน GPS ติดรถแบบพวกแบบบางรุ่นยังมีโหมดสแตนบายหรือสลิปโหมดมาให้ช่วยประหยัดพลังงานได้อย่างดีมากอีกด้วยนะคะ
ดังนั้น ในการใช้งานปกติ GPS พ่วงแบตจึงไม่ใช่สาเหตุหลักที่ทำให้แบตรถเสื่อม อีกทั้งเจ้าตัวอุปกรณ์ GPS ติดรถยนต์พ่วงแบตนี้ก็ยังไม่ได้ใช้ไฟเยอะด้วยนั่นเองสามารถติดตั้งใช้งานได้อย่างหายห่วงเลยค่ะแบตลดไม่เสื่อมไวแน่นอน
กรณีใดบ้างที่ GPS ติดรถอาจทำให้แบตรถเสื่อมไวขึ้น ?
แม้ GPS พ่วงแบต จะไม่ใช่ตัวการหลัก แต่ในบางสถานการณ์ GPS ติดรถที่เราเลือกมาไม่ดีก็อาจเป็นปัจจัยเสริมที่ทำให้แบตเสื่อมเร็วขึ้นได้ โดยเฉพาะเกิดจากเหตุต่อไปนี้
1. ใช้ GPS พ่วงเเบตที่ราคาถูก หรือ ไม่ได้มาตรฐาน
GPS ติดรถ บางรุ่นไม่มีระบบ Sleep Mode ทำให้อุปกรณ์ทำงานตลอดเวลาและดึงไฟมากกว่าปกติ
2. การติดตั้ง GPS พ่วงแบต ไม่ถูกต้อง
การเดินสายไฟไม่ถูกวิธี หรือ พ่วงไฟผิดจุด อาจทำให้เกิดไฟรั่ว ส่งผลให้แบตหมดเร็วโดยไม่รู้ตัว
3. รถจอดทิ้งไว้นานโดยไม่ใช้งาน
หากจอดรถไว้หลายวันหรือหลายสัปดาห์โดยไม่สตาร์ทเครื่อง แม้ GPS จะกินไฟเพียงเล็กน้อย แต่เมื่อรวมกับระบบไฟฟ้าอื่น ๆ ของรถ ก็อาจทำให้แบตอ่อนหรือหมดได้
4. แบตเตอรี่รถยนต์ใกล้หมดอายุ
แบตรถที่ใช้งานมาแล้ว 2–3 ปีขึ้นไป จะเก็บไฟได้น้อยลง ทำให้เห็นผลกระทบจาก GPS ชัดเจนกว่ารถที่แบตใหม่
อาการที่บ่งบอกว่า GPS ติดรถที่ใช้งานเริ่มกระทบแบตรถ
อันดับแรกเจ้าของรถอย่างเรานั้นควรสังเกตสัญญาณเหล่านี้ หากพบอาการเหล่านี้ ควรตรวจสอบทั้งแบตเตอรี่ ระบบไฟ และอุปกรณ์ GPS ติดรถควบคู่กัน
- รถสตาร์ทยากหลังจอดไว้ไม่นาน
- แบตเตอรี่หมดบ่อย ทั้งที่เพิ่งเปลี่ยน
- ไฟเตือนแบตหรือระบบไฟฟ้าขึ้นผิดปกติ
วิธีติด GPS ติดรถยนต์อย่างไรไม่ให้แบตเสื่อมไว
สำหรับเจ้าของรถที่ต้องการติด GPS แต่ไม่อยากมีปัญหาเรื่องแบต แนะนำแนวทางดังนี้
- เลือก GPS ติดรถที่มี Sleep Mode และผ่านมาตรฐาน
- ให้ช่างผู้เชี่ยวชาญติดตั้ง เพื่อป้องกันปัญหาไฟรั่ว
- หากจอดรถนาน ควรสตาร์ทรถอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง
- ใช้แบตเตอรี่คุณภาพดี เหมาะกับรุ่นรถ
- เลือก GPS ที่มี แบตสำรองในตัว เพื่อช่วยลดการดึงไฟจากแบตรถ
GPS พ่วงแบต ไม่ได้ทำให้แบตรถเสื่อมไวโดยตรง หากเลือกใช้อุปกรณ์ที่มีคุณภาพและติดตั้งอย่างถูกต้อง แต่หากใช้ GPS ที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือจอดรถทิ้งไว้นานโดยไม่ดูแล อาจทำให้แบตรถเสื่อมเร็วขึ้นได้ การเลือก GPS ที่ดีและการดูแลรถอย่างเหมาะสม คือหัวใจสำคัญของการใช้งานในระยะยาว หากกำลังสนใจและมองหา GPS ติดรถพ่วงแบตที่สามารถดูพิกัดได้แบบออนไลน์แถมดูเส้นทางย้อนหลังได้สูงสุดถึง 6 เดือนทำงานร่วมกับ Google Map ก็ได้แต่ยังไม่มั่นใจหรือว่ายังไม่ทราบเกี่ยวกับรายละเอียดการใช้งานที่ชัดเจนมากพอหากมีข้อสงสัยลองทักเข้ามาพูดคุยกับเราได้นะคะ Procam7 ยินดีให้คำปรึกษา
ความเห็นล่าสุด