การใช้งาน GPS ติดรถยนต์ อุปกรณ์ติดตามตำแหน่งเพื่อให้ทราบว่าขณะนี้รถยนต์ที่เรารักกำลังอยู่ที่บริเวณไหน มีการใช้เส้นทางไหนมาบ้าง ซึ่งในจุดนี้ช่วยสร้างความอุ่นใจให้เจ้าของรถอย่างเราได้เป็นอย่างมากไม่ว่าจะเป็นในส่วนของการใช้งานกับรถยนต์ส่วนตัวหรือในภาคธุรกิจก็มีการใช้งาน GPS ติดรถกันอย่างแพร่หลาย นอกจากเรื่องของการเช็คพิกัดตำแหน่งของรถยนต์แล้วยังสามารถติดตามหรือสังเกตเกี่ยวกับพฤติกรรมของพนักงานขับรถได้อีกด้วยเรียกได้ว่า การใช้งาน GPS ติดรถยนต์เครื่องเดี่ยวสามารถใช้ประโยชน์ได้หลายข้อมากๆ 

แต่ทั้งนี้สำหรับการใช้งานอุปกรณ์ที่ถูกต้องไม่ใช่เพียงแค่เลือกรุ่นที่เหมาะสมกับการใช้งานของเรา หรือเตรียมซิมอินเทอร์เน็ตที่มีความเร็วเหมาะสมกับการใช้งาน GPS อย่างเดียวถึงจะเพียงพอ แต่ในส่วนสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามนั่นก็คือเรื่องของการชาร์จ และ มันดูแลเรื่องของสุขภาพแบตเตอรี่ GPS ติดรถอย่างสม่ำเสมอในส่วนนี้ก็สำคัญไม่แพ้กันเลย


ปัญหาของ GPS ติดรถยนต์ที่อาจจะมาจากแบตเตอรี่เสื่อม

แบตเตอรี่เสื่อม สำหรับ GPS ติดรถยนต์รุ่นที่มีแบตเตอรี่ในตัวนั้นหากเกิดปัญหานี้แล้วล่ะก็ ประสิทธิภาพการทำงานของ GPS ติดรถยนต์ของเราลดลงอย่างเห็นได้ชัด

1. ตำแหน่งเพี้ยน หรือ พิกัดไม่ตรงตามจริงบ่อย ๆ

เมื่อเข้าเช็คพิกัดในแอปจะสังเกตได้ว่าตำแหน่งที่ GPS ติดรถเราแสดงนั้นดูไม่นิ่ง แสดงจุดสลับไปมา หรือ แสดงว่ารถจอดอยู่ห่างจากตำแหน่งจริงหลายเมตร ทั้งที่รถจอดสนิท นั่นเพราะเมื่อแบตเตอรี่เสื่อม แรงดันไฟฟ้า ที่จ่ายให้ GPS ติดรถ จะไม่คงที่ ทำให้การประมวลผลสัญญาณจากดาวเทียมผิดพลาด หรือ รับสัญญาณทำงานได้ไม่เต็มที่ ส่งผลให้การคำนวณจุดตัดพิกัดขาดความแม่นยำ

2. เครื่อง Offline บ่อย หรือ สัญญาณหาย

ซึ่งในส่วนนี้เมื่อเราเข้าไปในหน้าแอปเมื่อสังเกตแล้ว GPS ติดรถของเราอาจ ขึ้นสถานะว่า “Offline” หรือ LBS บ่อยครั้ง แม้จะอยู่ในพื้นที่ที่มีสัญญาณมือถือดี ซึ่งสาเหตุอาจเกิดจากการส่งข้อมูลพิกัดผ่านโครงข่ายมือถือ ที่ต้องใช้พลังงานสูงในขณะส่ง และหากแบตเตอรี่เสื่อมจนเก็บแบตไม่อยู่ เมื่อถึงจังหวะที่เครื่องต้องส่งข้อมูล แรงดันจะตกวูบจนทำให้โมดูลสื่อสารหยุดทำงานชั่วคราว หรือ เครื่องรีบูตตัวเอง

3. โหมดประหยัดพลังงานทำงานผิดปกติ 

GPS ติดรถยนต์ของเราไม่ยอมเปลี่ยนสถานะ เมื่อมีการเคลื่อนไหว การขับรถ แต่สถานะยังคงอยู่แสดงสถานะว่ารถยังจอดอยู่ ด้วยการที่เมื่อเกิดแบตเสื่อม เครื่องมักจะมีแรงดันหลอกเกิดขึ้น ทำให้ระบบจัดการพลังงาน สับสน ไม่สามารถตรวจวัดระดับพลังงานที่แท้จริงได้ ส่งผลให้การทำงานของเครื่องเกิดการผิดพลาด

4. แจ้งเตือน “Low Battery” ถี่ แต่ปริมาณแบตยังสูง หรือ แจ้งเตือนถี่เกินไป

ในส่วนนี้หากเรามีการตั้งค่าให้ GPS ติดรถของเราส่งแจ้งเตือนเมื่อเปอร์เซ็นแบตเตอรี่เหลือน้อย เมื่อตัว GPS มีปัญหาเรื่องแบตเตอรี่เสื่อมเกิดขึ้นแล้วก็ตัวเครื่องจะมีข้อความแจ้งเตือนแบตเตอรี่ต่ำส่งเข้ามือถือถี่ จนผิดปกติ ทั้งที่เราอาจเพิ่งชาร์จไป นั่นเพราะความต้านทานภายใน ของแบตเตอรี่ที่เสื่อมจะสูงขึ้นมาก เมื่อมีการดึงไฟไปใช้งานเพียงเล็กน้อย แรงดันจะตกลงไปแตะระดับที่เซนเซอร์ตรวจจับว่าเป็น “แบตเตอรี่ต่ำ” ทันที ทำให้เกิดการแจ้งเตือนผิดพลาด 


ซึ่งในส่วนของปัญหาที่เกิดขึ้นจากสาเหตุ “แบตเตอรี่ของตัว GPS ติดรถเสื่อม” นั่นเรียกได้ว่าเป็นเรื่องชวนปวดหัวอย่างผู้ใช้รถอย่างเราแน่นอน เพราะนอกจากพิกัดจะเพี้ยนไม่สามารถติดตามตำแหน่งจริงแบบเรียลไทม์ได้รวมไปถึงการแจ้งเตือนที่ผิดปกติ และโดยส่วนมากหากเกิดปัญหาแบตเตอรี่เสื่อมในรุ่น GPS ที่มีแบตอยู่ในตัวโดยส่วนมากแล้วจะไม่ค่อยนิยมซ่อม แต่จะเป็นการเปลี่ยนเครื่องใหม่เสียมากกว่า ซึ่งแน่นอนว่าการซื้อใหม่จะยิ่งทำให้เราเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอย่างมาก ยังใช้งานอุปกรณ์ไม่ทันคุ้มก็ต้องซื้อใหม่ซะแล้ว แต่จริงๆแล้วเรามีวิธีการป้องกันไม่ให้ GPS ติดรถยนต์ของเราเกิดปัญหาแบตเสื่อมได้ง่ายๆ ซึ่งหลักๆแล้วก็ขึ้นอยู่กับวินัยเกี่ยวกับการดูแลการชาร์จและการใช้งานอุปกรณ์อย่างถูกวิธีนั่นเอง

การชาร์จแบตเตอรี่ GPS ติดรถยนต์

ในส่วนของวิธีการชาร์จแบตเตอรี่ของ GPS ติดรถที่ถูกต้องนั้นจริงๆแล้วไม่ได้มีขั้นตอนที่ซับซ้อนหรือยากแต่อย่างใดแต่ในส่วนนี้ที่สำคัญหลักๆนั่นก็คือระยะเวลาที่เหมาะสมในการชาร์จแบตของ GPS ติดรถยนต์ร่วมที่เราใช้งานและอุปกรณ์ที่เราเลือกใช้ในการชาร์จนั่นเอง

ระยะเวลาในการชาร์จแบต  

ใน GPS ติดรถยนต์รุ่นที่มีแบตเตอรี่ในตัวนั้นข้อแตกต่างทางเลือกความจุของแบตเตอรี่ส่งผลต่อระยะเวลาที่เหมาะสมในการชาร์จของตัว GPS เช่นกัน ซึ่งระยะเวลาที่เหมาะสมในการชาร์จแบตเตอรี่ให้พร้อมก่อนใช้งานจะมีแจ้งในคู่มืออย่างชัดเจนทั้งนี้ผู้ใช้งานอย่างไรควรจะชาร์จตามเวลาที่แจ้ง หรือ ตามคู่มือแนะนำจะดีที่สุด ถึงแม้ GPS ติดรถบางตัวจะใช้ระยะเวลาในการชาร์จค่อนข้างนานก็ตาม ควรมีการตั้งเวลา ไม่ใช่เป็นการปล่อยให้ตัว GPS ติดรถของเราใช้การชาร์จแบบข้ามคืน นอกจากการชาร์จแบตเตอรี่ข้ามวันข้ามคืนจะเป็นสาเหตุของแบตเตอรี่เสื่อมแล้ว การใช้งาน GPS ติดรถยนต์ของเราก็ไม่ควรจะปล่อยให้ตัวเครื่องแบตเตอรี่ต่ำจนเครื่องดับแล้วจึงค่อยนำมาชาร์จแบบนี้ก็ไม่ดีค่ะ 

หากแบตเตอรี่ของ GPS ติดรถยนต์ของเราเมื่อเช็คในแอพพลิเคชั่นแล้วเหลือประมาณ 20%  ก็ควรที่จะนำตัว GPS ติดรถของเราออกมาทำการชาร์จแบตเตอร์รี่ได้แล้ว หากชาร์จแบตเตอร์รี่โดยใช้เวลาที่เหมาะสมในส่วนนี้ก็จะช่วยป้องกันไม่ให้ GPS ติดรถของเราที่ใช้งานนั้นเกิดปัญหาแบตเตอรี่เสื่อม

อุปกรณ์ที่ใช้ในการชาร์จแบตเตอรี่ GPS ติดรถยนต์

สำหรับอุปกรณ์การชาร์จที่ใช้งานกับ GPS ติดรถก็สำคัญไม่แพ้กันนะคะต้องเลือกให้ดีทั้งในส่วนของ Adapter ที่เป็นหัวชาร์จแล้วก็สายชาร์จที่เราเลือกใช้งานเลย โดยส่วนมากสำหรับ GPS ติดรถยนต์ภายในกล่องมักจะแถมสายชาร์จไปให้ ทั้งนี้ชุดชาร์จที่เหมาะสมทั้งหัวชาร์จและสายชาร์จเราควรจะเลือกใช้แบบมาตรฐาน กำลังไฟ ค่ามาตรฐาน: 5V ที่ใช้งานทั่วไปได้เลย เลี่ยงการใช้งานพวกอุปกรณ์ Fast Charge กับ GPS ติดรถยนต์โดยเด็ดขาดเพราะกระแสไฟในส่วนนี้มากจนเกินไปอาจส่งผลให้เกิดปัญหากับแบตเตอรี่ของตัวเครื่องได้ เพราะอุปกรณ์ Fast Charge ส่วนใหญ่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานเฉพาะกับพวกสมาร์ทโฟนหรืออุปกรณ์ที่รองรับเท่านั้นนะคะ